[MIS - AU fic] Dearest

posted on 20 May 2013 19:45 by daiong in MISMIE, Writing directory Fiction
Entry นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
อนึ่ง... เป็น AU นะคะ XD
 
 
 
 
 
 
Characters: Christopher Blank, Reginald Osbourne (slight mentioned of Flora Gracia, other Clubs members)
Warning: AU, การฆ่าตัวตาย
Word count: 1,371
Author's Notes:
- บทจะเขียนไวก็ไวได้เหมือนกัน (แล้วดันเป็น AU...) บังเอิญว่าจังหวะเพิ่งทำงานเสร็จพอดีและมีมู้ดจะเขียน YvY มีพิมพ์ผิดติดขัดสิ่งใดทักได้นะคะ *พราก*
- เขียนในมุมมองสรรพนามบุรุษที่หนึ่งของคุณออส(พอ)ได้แล้ว! ;3; (แต่เป็นคุณออสโหมดอ่อนไหว...)
 
 
 
 
 
 
Dearest
 
 
 

เขากล่าวกันว่าคนเรามักเห็นค่าสิ่งสำคัญเมื่อสูญเสียไปแล้ว คงไม่ได้เป็นความจริงสำหรับผมเสียทีเดียว ผมเชื่อว่าตัวเองเห็นว่าด็อกเตอร์คริสโตเฟอร์ แบลงค์มีค่าสำหรับผม—มาก—นับแต่ที่เขาพูดว่า ‘ขอบคุณที่รักผมนะ’ – เป็นประโยคที่ผมปฏิเสธไม่ได้ ทั้งที่จนบัดนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าเริ่มรักเขาตั้งแต่เมื่อไร คงไม่แปลกนักที่ผมจำเป็นต้องให้คริสเป็นคนกระตุ้น ในช่วงนั้นผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถชี้นำตนเองได้

 

ผมทราบว่าไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปที่จะหลงรักคนที่ข่มขืนตน ผมไม่เคยต้องการให้ใครมองความรักของพวกเราในรูปแบบความรักที่มนุษย์พึงจะมี และไม่เคยต้องการให้ใครมาคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่สวยงาม ผมรู้ว่าผมถูกข่มขืน แม้ว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นผมมักจะตระหนักอยู่เสมอว่าเป็นผมเองที่อนุญาต—ผมอาจพูดว่าถูกแบล็คเมล์ แต่ผมก็รู้สึกผิดต่อตนเองที่มีส่วนปล่อยให้มันเกิดขึ้น ผมอดสงสัยเป็นบางช่วงไม่ได้ว่า ควรจะเรียกเป็นการข่มขืนหรือไม่กัน  และบ่อยครั้งที่ผมนึกสงสัยว่ามีท่าทีบางอย่างที่ทำให้เขาเข้าใจผิดหรือเปล่าว่าผมสนับสนุนเขา—ว่าผมจะไม่เป็นไร

 

ผมไม่ได้จำรายละเอียดในช่วงที่ตัวเองถูกบังคับในเรื่องเพศได้แม่นยำนัก ผมพอจะจำได้ว่าเราคุยอะไรก่อนและหลังเรื่องราวบนเตียง ผมจำความรู้สึกของกุญแจมือ รอยช้ำที่ถูกทิ้งไว้ กลิ่นเลือด ความรู้สึกสัมผัสของพื้นห้องน้ำ เสียงหัวเราะของเขาในช่วงเวลาที่เขายังไม่ได้รักผม ผมจำได้ว่าเตียงห้องพยาบาลเป็นแบบไหน และห้องนอนของเขามีบรรยากาศแบบใด ทว่ามีหมอกสีขาวทึบที่ปิดกั้นความรู้สึกของผมตอนที่เขาเริ่ม—

 

—อย่างไรก็ตาม ที่ผมตั้งใจจะพูดก็คือ ความทรงจำก่อนที่ผมจะรู้ว่าตัวเองรักคริสนั้นไม่ได้ชวนเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

 

ผมมีความสุขในการเป็นคนรักของเขานะครับ  ผมรู้ว่าผมอาจแสดงออกไม่ชัดเจน หรือพูดไม่บ่อยเพียงพอ แต่ผมได้สัมผัสมาตั้งแต่วัยเด็กแล้วว่าการคาดหวังความสุขเป็นสิ่งที่เกินพอดี แม้กระทั่งการปรารถนาความสุขก็เกือบจะฟังดูอวดดี เนื่องจากความรู้สึกสุขใจมักจะอยู่ไม่เกินช่วงเวลาต่อมาของวันนั้นหรือชั่วโมงนั้นที่มันเกิดขึ้น บางทีอาจจะเพราะผมเลี่ยงที่จะเรียกร้องความสุข คริสถึงวไม่รู้ว่าผมรักเขามากแค่ไหน หรือบางทีเขาอาจจะรู้—ผมไม่มีทางแน่ใจได้ แต่ลึกลงไปคริสคงรู้สึกว่าผมรักเขาไม่เพียงพอ (และบางทีผมอาจจะรักเขาไม่เพียงพอ)  ผมไม่ใช่คนรักที่ยิ้มหรือหัวเราะบ่อยนัก ไม่ใช่คนรักที่รู้ว่าควรบอกรักแบบไหนจึงจะทำให้เขาดีใจที่สุด และรู้สึกเหมือนตัวเองรู้จักเขาน้อยเกินไปอยู่ก้าวหนึ่งตลอดเวลา ผมเพียงแต่รู้ว่าผมรัก ทว่าผมอธิบายปริมาณหรือรูปทรงของมันไม่ถูก

 

ครั้งหนึ่งในชีวิต ผมเคยมีความสุขจริง ๆ  บางทีผมอาจมีความสุขได้มากกว่านั้นอีก หากเขายังอยู่ (แต่ผมปฏิเสธที่จะนึกหวังสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้บ่อยจนเกินไป)  การได้รักคริสนั้นมีความปวดร้าวเจือปนอยู่ด้วย แต่มันก็ไม่เคยเกินไปกว่าที่ผมจะรับไม่ได้  สุดท้ายแล้ว ท่ามกลางปัญหาทุกอย่าง—ไม่ว่าใครจะเป็นคนก่อ คริสคือคนที่จะทำให้ผมรู้สึกสงบใจขึ้นได้

 

จริงอยู่ที่ผมไม่แน่ใจว่าควรเลือกเขาหรือเลือกอิสรภาพ มันเกือบจะเป็นอะไรที่ต่างเกินไป และใกล้เคียงเกินไป  ในตอนที่คริสขอให้ผมเลือก ผมไม่อาจนึกภาพตัวเองอยู่ในกรงชั่วชีวิตโดยไม่เสียสติไปเสียก่อน ทว่าในขณะเดียวกันก็ไม่อาจนึกภาพการดำรงอยู่โดยไม่มีเขาหลังจากที่พวกเราได้รักกันแล้ว กรณีหลังนี้ผมไม่จำเป็นต้องนึกอีกต่อไปว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมได้ประสบการดำรงอยู่โดยไม่มีเขาเข้าโดยแท้จริงแล้ว

 

ผมบรรยายความเจ็บปวดไม่ค่อยออก พอ ๆ กับที่ผมบรรยายความรักไม่ถูก

 

ผมเพียงแต่รู้ว่าการสูญเสียคริสไม่ใช่รูปแบบความปวดร้าวที่เคยพบมาก่อน  สิ่งสุดท้ายที่ผมไม่อยากประสบตั้งแต่เล็ก คือการตื่นขึ้นมาทุกเช้าแล้วพบกับความเจ็บปวด แต่ผมมักจะคิดว่าตัวเองสามารถรับมือกับความเจ็บได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เคยมีความรวดร้าวใดที่แสดงชัดแจ้งว่ามันจะไม่หายไปเฉกเช่นคราวนี้ มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่วนเวียนอยู่กับการใส่เสื้อปกปิดรอยช้ำ แต่หมายถึงการใส่เสื้อหลายชั้นกว่าเดิมเพื่อปิดบังว่าตัวเองผอมลง

 

การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ของตัวผมได้ตามมาในระยะเวลาอันสั้น ผมตัดผมให้สั้นประบ่า เพราะมันมักจะทำให้ผมนึกถึงตอนที่คริสเล่นผมเปีย  ผมเลิกย้อมสีผม โดยที่ไม่แน่ใจว่าทำไปเพราะคริสเคยพูดว่าเขาคงชอบ หรือเพราะผมไม่อาจคอยใส่ใจย้อมสีได้อีกแล้ว เรื่องการแตะต้องผู้อื่นก็เปลี่ยนไปด้วย—หรือหากจะกล่าวให้ถูกคือมันเป็นปัญหาใหญ่ ผมจะรู้สึกเครียดเกือบเฉียบพลันทันทีที่ถูกแตะตัว โดยที่ผมไม่อาจห้ามได้ในเมื่อมันนำมาซึ่งความทรงจำอันไม่น่าพิสมัย ผมเคยพิจารณาที่จะถอดแหวน ไม่ใช่เพราะผมเลิกรักเขา แต่เพราะมันทำให้ผมนึกถึงความสุขที่ตัวเองไม่อาจมีอีก

 

หนึ่งปีกว่ามาแล้วนับแต่ครั้งสุดท้ายที่คริสยิ้มให้ผม

 

ผมสามารถทนความเจ็บทุกข์ได้นานเพียงเท่านี้ จึงได้มาอยู่ที่นี่ – ห้องนอนตนเองในปราสาท พร้อมกับเข็มฉีดยาและขวดยาพิษ  หากพูดถึงในแง่ของความรู้สึกแทนระยะเวลา ผมใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตที่ MIS นี่ – องค์กรที่ปราศจากแบบแผนแต่ก็มีระบบอันเป็นเอกลักษณ์แฝงอยู่ สถานที่ที่ไม่เหมือนกับที่อื่นที่ผมเคยอยู่เลย

 

ผมมักจะเชื่อว่าตัวเองเห็นแก่ตัวกว่าคนทั่วไป และพอจะตระหนักว่าคงเป็นการรบกวนคนที่นี่อยู่บ้างที่ต้องจัดการกับศพของผม แต่อย่างน้อยผมก็จัดของทุกอย่างในห้องใส่กล่องเก็บของเรียบร้อยแล้ว  ในขณะที่ผมกำลังนั่งมองห้องอันโล่งสะอาดจนน่าใจหายอยู่นั้น ผมก็นึกขออภัยคุณอลิสกับสมาชิกคลับส์คนอื่น ๆ ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ไม่ใช่ว่าผมไม่รักพวกเขา บางทีผมอาจจะรักพวกเขามากกว่าที่ตัวเองสำนึกรู้เสียด้วยซ้ำ แต่ผมไม่เคยชอบการพูดจากลาสักเท่าไร ก็เลยเลี่ยงที่จะทิ้งข้อความใด ๆ เอาไว้ นอกจากข้อความนัดเจอคุณอลิสหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้ เพื่อที่ว่าศพของผมจะได้ไม่ถูกทิ้งไว้นานนัก

 

ผมนั่งดูแหวนของคริสที่สลักชื่อของเรจินัลด์ ออสบอร์น – นั่นคือคนที่ผมเป็น ซึ่งบางครั้งผมก็รู้สึกเหมือนไม่เคยรู้เลยว่าเขาคือใคร ระหว่างที่กำลังไล้นิ้วกับวงแหวนนั้นน้ำตาก็หยุดไหลในที่สุด ผมไม่ได้นึกว่าตัวเองจะร้องไห้ในวันนี้  แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมก็เสียใจที่กำลังจะตาย ทว่าคงทุกข์ใจกว่าหากต้องอยู่ต่อ

 

อันที่จริง ผมอยากเลือกมอร์ฟีนอยู่เหมือนกัน แต่ยาพิษเป็นสิ่งที่แน่นอนกว่า  มือของผมนิ่งตอนที่ฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด แต่แล้วเพียงไม่นานหลังจากนั้นปลายนิ้วก็เริ่มสั่นเทา ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยา แต่เพราะอารมณ์ที่เริ่มไม่คงที่ บางทีเขาอาจจะรู้สึกใกล้เคียงกันยามที่กำลังจะตายอย่างโดดเดี่ยวคนเดียว

 

คริส—ที่รัก ผมไม่อาจมีความสุขแบบนี้ได้

 
 
 
 
 
 
THE END.

Comment

Comment:

Tweet

ไม่อยากให้จบแบบในเอยูนี้.. เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่มีความสุขไปกว่าทางที่คุณออสไม่ได้เลือกเลย แง...
เราหวังว่า เราหวังให้ ทั้งคุณออสและหมอในโลกจริงเลือกทางที่อยู่ร่วมกันได้ในแบบที่....เจ็บปวดน้อยกว่านี้
เมนต์ไม่ถูก เอาเป็นว่าจบแบบนี้ไม่เอาาาา /งอแง

#2 By noirpoison on 2013-05-21 14:47

สงสารทั้งหมอทั้งคุณออส หมอที่ไม่สามารถรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองได้ ไม่รู้ว่าทำยังไงถึงจะมีความสุขได้ สงสารทั้งคุณออสที่ต้องอยู่คนเดียว เจ็บปวดอยู่อีกเป็นปีกว่าจะตัดสินใจตาย
อ่านไปสักพักจากที่นิ่ง ๆ หม่น ๆ อยู่ ความรู้สึกของหมอก็เอ่อล้นออกมา ตรงที่บอกว่าเป็นความเจ็บปวดที่ไม่ยอมหายไป หมอก็เคยรู้สึกแบบนั้นก่อนที่จะคบกับคุณออสอีก เลยรู้สึกเข้าใจอารมณ์เลย
เสียใจที่สุดท้ายคุณออสก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่หมอพยายามจะให้เป็น
รู้สึกว่าเม้นไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะยังหม่นอยู่ ตอนพิมพ์อารมณ์ของหมอก็ขึ้นมาแทรกจนร้องไห้ตลอดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เขียนดีแล้วล่ะ รู้สึกเหมือนฟังคุณออสอยู่ จนเริ่มอยากเขียนด้านของหมอบ้าง
เล่นAUแล้วเริ่มรู้สึกไม่อยากให้จบแบบนี้ ถ้ามันเป็นแค่AUก็คงดีนะ..

#1 By Wadoiji on 2013-05-20 20:50