[MIS-MISSION]-4 Reginald Osbourne

posted on 30 Apr 2013 22:26 by daiong in MISMIE, Writing
Entry นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
สืบเนื่องด้วย Mission นี้
 
 
 
 
 
หมายเหตุ:
- ไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมายาวอะไรมากมาย แต่คุณออสบังคับ (...)
- โดยรวมนี่ก็ถือว่าเสร็จแล้ว แต่คงมีกลับมาแก้บ้างในภายหลังค่ะ(แต่จะไม่เพิ่มจำนวนคนน้า) YvY,,
- ทั้งหมดนี่เป็นมุมมองของคุณออสก่อนวันที่ 11/04 ค่ะ :)
 
 
 
 
 
 

Relationships 

 

Before 11th April

 

MIS

 

Mr. S

  • บอสคือนายใหญ่แห่ง MIS  เป็นคนที่มีบุคลิกเป็นเจ้าคนนายคน แต่ไม่เผด็จการ ดูคาดเดาจุดประสงค์และการกระทำยาก มีลักษณะการพูดและถามอะไรให้กว้างไว้ก่อน แล้วค่อยสังเกตการตอบสนองของคู่สนทนา
  • มีรอยแผลที่หางคิ้วข้างซ้ายเป็นจุดเด่น น่าสนใจนิดหน่อยที่เจ้าตัวไม่คิดจะปกปิดแม้แต่น้อย บางทีในหัวของบอสอาจจะไม่เห็นว่ามันเป็นรอยตำหนิ
  • เมื่อคราวพบกันครั้งแรก บอสเคยเรียกออสบอร์นว่า “เจ้าหนู” (ซึ่งฟังดูสะดุดหูอย่างที่สุด) แต่ช่วงหลัง ๆ ก็ไม่ได้ใช้คำนั้นอีก จำได้บอสเคยพูดเปรียบลูกน้องผู้หญิงกับแมว (...?) เป็นไปได้ว่าเป็นคนที่มองค่าของคนปนกับสัตว์ (ไม่แน่ใจว่าเจาะจงเฉพาะลูกน้องที่อยู่ใต้อำนาจของตนรึเปล่า)
  • ออสบอร์นมีความเคารพผสมกับความสนอกสนใจอย่างห่างเหินในตัวบอส เป็นคนที่เขาคุยด้วยได้ แต่ไม่อยากให้มีความบาดหมางกันในทุกกรณี ด้วยเหตุนั้นจึงเลี่ยงเป็นฝ่ายนำการสนทนา—แต่ก็มีข้อยกเว้น เมื่อคราวที่ออสบอร์นตัดสินใจไปหารือเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องดร.คริส บอสดูเคลือบแคลงที่ออสบอร์นไม่แสดงจุดประสงค์ในการถามให้ชัดเจน และใบ้ว่าจะไม่พอใจหากมารู้ว่ามีปัญหาอะไรในภายหลัง 

 

Joker

  • คุณเจเป็นมือขวาของบอส ดูเหมือนบอสจะไว้วางใจคุณเจ มีความสนิทชิดเชื้อกันอย่างมาก แว่วมาว่ามีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างพิเศษ แต่ไม่ได้รู้ลึกอะไร
  • เคยคุยกันสั้น ๆ จึงไม่รู้ลักษณะนิสัยมากนัก คิดว่าเป็นมิตรพอสมควร แม้เจจะอายุน้อยกว่า ออสบอร์นก็ถือว่าเป็นคนที่จำเป็นต้องให้ความเคารพพอสมควร
  • คุณลูเธอร์เคยให้ช่วยทำเครื่องติดตามให้คุณเจ เมื่อถามว่าคุณเจปรารถนาจะใช้เครื่องติดตามไว้เพื่อการใด ก็ไม่ได้คำตอบชัดเจน กระนั้นก็ไม่ได้สนใจจะรู้เป็นพิเศษ
  • ทราบมาว่าคุณเจหลับนอนกับดร.คริส และเคยเห็นดร.คริส ‘กินเหยื่อ’  และเคยถ่ายรูปด้วยกัน (อยู่ในมือถือของดร.คริสที่ออสบอร์นเคยแฮ็คดู)

 

Christopher Blank

  • ดร.คริสเป็นแพทย์ประจำของ MIS  ภายหลังบอกว่าเป็นตัวประกันอีกด้วย
  • เป็นลูกชายของเจ้าของพยาบาล มีพี่ชายหนึ่งคน (ถูกขังไว้ และเป็นคนที่ดร.คริสปรารถนาให้มีชีวิตอยู่)  มาทำงานที่นี่เพราะดร.แบลงค์ผู้พ่อถูกบอสแบล็คเมล์ ดร.คริสบอกว่ารักพ่อและมีเซ็กซ์กับพ่อเป็นประจำ แต่กลับพูดสรุปว่ามีความสัมพันธ์ในเชิงพ่อลูกมากกว่า มีแผลมีดกรีดบนแผ่นหลังดร.คริส ซึ่ง—ฟังดูน่าประหลาด—ดร.คริสบอกว่าชอบเวลาที่พ่อทำให้ 
  • ค้นพบว่าดร.เคยมีเซ็กซ์กับคุณวี คุณเจ คุณแมตต์ และคุณลูเธอร์มาก่อน และเคยยุ่งเกี่ยวล่วงล้ำคุณวิคเตอร์ในระดับหนึ่ง 
  • ดูเป็นแพทย์ที่คุยง่ายกว่าแพทย์ทั่วไป ทว่าไม่นานออสบอร์นก็ค้นพบว่าออกไปทางตรงกันข้าม – ครั้งแรกที่ดร.คริสเข้ามาในห้องของออสบอร์น ดร.คริสเคยไม่ฟังคำห้าม ก็เลยแทงเข็มพิษให้มึนและหนีมา
  • ภายหลังถูกดร.คริสแบล็คเมล์ว่าถ้าไม่ยอมให้เป็นไปเป็น ‘ของผม’ ก็อาจจะไปลงกับคนอื่น ๆ ในแผนกคลับส์ ออสบอร์นก็เลยยอมมีเซ็กซ์ด้วย ด้วยความที่ไม่เคยถูกคนอื่นบังคับในเรื่องเซ็กซ์มาก่อน จึงตอบสนองด้วยความหวาดกลัวรุนแรง
  • ออสบอร์นเคยไปคุยกับบอสเรื่องดร.คริส  เมื่อโดนจี้ถามบางจุดก็มีชั่วขณะหนึ่งคิดอยากจะบอกเรื่องราวบอสให้รู้ แต่ก็พูดไม่ออก สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าควรดูท่าทีไปก่อน และอาจหาทางแก้ปัญหาโดยการกำจัดดร.คริสด้วยตัวเอง ในตอนนั้นไม่ได้รู้ว่าดร.คริสเป็นตัวประกัน และคาดว่ามีตำแหน่งแพทย์ประจำอันสำคัญ
  • ถูกบังคับให้มีเซ็กซ์ด้วยครั้งแรกที่ห้องของออสบอร์น โดนใส่กุญแจมือและถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้
  • เนื่องจากออสบอร์นรู้สึกหวั่นเกรงที่จะให้ดร.คริสถอดเฝือกให้ จึงไปให้แพทย์ข้างนอกถอดเฝือกให้แทน แต่ก็ยังต้องใช้ไม้ค้ำอยู่ ก่อนจะกลับไปที่ปราสาทได้ซ่อนเครื่องอัดเสียงไว้ในไม้ค้ำและเปิดทิ้งไว้ พอกลับมาถึงก็พบว่าโดนดร.คริสโกรธมากเพราะไปให้คนอื่นแตะตัว ถูกใช้ปืนเก็บเสียงขู่ ฉีดเฮโรอีนให้ ถูกกินเนื้อที่ต้นขาและบีบบังคับ ระหว่างที่โดนฤทธิ์ยานั้นก็ยังพอจำเหตุการณ์ได้ (ส่วนจุดที่จำไม่ได้ก็มาฟังเสียงที่อัดเอาไว้ในภายหลัง) ในวันนั้นดร.คริสบอกว่าถ้าจะฆ่า จะค่อย ๆ กินทีละนิด แต่อยากจะขังออสบอร์นไว้มากกว่า  เช้าวันต่อมาดร.คริสก็เอากุญแจห้องนอนของออสบอร์นไปก็อปปี้เก็บไว้
  • ออสบอร์นติดตั้งอีเมล์อัตโนมัติที่แนบไฟล์ที่อัดเสียงและข้อความอธิบายเหตุการณ์เกี่ยวกับดร.คริสเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ตัวเองตายหรือหายสาบสูญ จะได้ถูกส่งไปในบอส คุณพอล คุณลูเธอร์และคุณอลิส แต่สุดท้ายก็อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ จึงเป็นความลับต่อไป
  • ดร.คริสแสดงความต้องการที่ว่าอยากตัดขาของออสบอร์นออก
  • ตอนไปทำภารกิจที่ลอนดอน ดร.คริสยืนกรานจะไปด้วย ขึ้นเครื่องบินไฟลท์ก่อนหน้าออสบอร์นและไปรออยู่ที่นั่น ดร.คริสคิดมากกับเรื่องสีผมย้อมกับสีผมจริงของออสบอร์นจนประหลาดใจ ระหว่างสนทนากันดร.คริสก็เอ่ยปากว่ารักขึ้นมาลอย ๆ
  • หลังจากทำภารกิจเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่กำลังถูกทำอะไรอยู่ที่โรงแรม ดร.คริสก็เอาปืนจ่อหัวเหมือนจะฆ่าทิ้ง แต่สุดท้ายดร.คริสก็เอาปืนมาใส่ในมือของออสบอร์นแทน ในตอนนั้นรู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ทั้งหมด จึงไม่ได้ลงมือฆ่าดร.คริส อีกทั้งยังค้นพบว่า หลังจากโดนดร.คริสข่มขู่มาสักพักก็รู้สึกไม่กล้าลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายเสียทีเดียวหากไม่มีแผนชัดเจน ในช่วงนี้รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
  • คุณวิคเตอร์มาบอกให้รู้ภายหลังว่าโดนหลอกให้จูบและถูกดร.คริสใช้มือด้วย ซึ่งทำให้ออสบอร์นโกรธเป็นอย่างมาก คิดว่าที่ตกลงไว้หมายถึงจะไม่ให้ไปฉวยโอกาสกับคุณวิคเตอร์ แต่ดูเหมือนจะเห็นไม่ตรงกัน เมื่อโต้แย้งกันจนถูกบุกเข้ามาในห้อง ก็เปิดช่องว่างโดนดร.คริสแย่งเข็มยาสลบไปและใช้มันกับออสบอร์นแทน เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้งก็อยู่ในห้องน้ำของดร.คริส ถูกบังคับให้กินยาปลุกเซ็กซ์ ใส่ปลอกคอให้และทำร้ายร่างกาย หลังจากนั้นดร.คริสก็ทำแผลให้และบอกรัก ในตอนแรกเชื่อว่าดร.คริสไม่ได้มีรูปแบบความรักที่ชัดเจนในหัว ออสบอร์นจึงพูดไปว่าดร.คริสคงเข้าใจผิดว่าเป็นความรัก  ดร.คริสก็อธิบายว่าแท้จริงแล้วตั้งใจจะฆ่าทิ้ง แต่แล้วก็ปล่อยให้ออสบอร์นกลับห้องไป – รูปการณ์ทำให้เริ่มเชื่อว่าดร.คริสอาจจะรักตนจริง แต่ไม่ค่อยเข้าใจรูปแบบความรักนี้เท่าไร  อย่างไรก็ตาม ออสบอร์นค่อนข้างฝังใจกับการถูกกระทำรุนแรงในครั้งนั้น จนตัดสินใจว่ายอมจำนนไปเงียบ ๆ  เพื่อที่จะทำให้ทำงานและมีชีวิตอยู่ต่อไปตามปกติไม่มากก็น้อย
  • ออสบอร์นแฮ็คมือถือของดร.คริส มีคลิปที่ถ่ายออสบอร์น คลิปคุณวิคเตอร์ รูปถ่ายดร.คริส รูปคู่ของคุณเจกับดร.คริส และรูปถ่ายดร.คริสกับเพื่อนที่ทำงานเก่า
  • แต่แล้วดร.คริสก็ตกลงจะใจดีด้วยหนึ่งอาทิตย์ จนรู้สึกเหมือนได้หายใจให้เต็มปอดได้มากขึ้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง ดร.คริสบอกว่าออสบอร์นจะรักใครก็ได้ แต่ก็หวังว่าออสบอร์นจะนับดร.คริสเป็นหนึ่งในทางเลือกด้วย
  • ดร.คริสถามว่าจะบอกเรื่องของออสบอร์นกับคุณเจได้ไหม ออสบอร์นตัดสินใจตอบตกลง และได้รู้ว่าคุณเจเคยเห็นหมอ ‘กินเหยื่อ’ มาก่อน จึงตัดสินใจขอดูบ้าง ซึ่งดร.คริสเลือกผู้หญิงผมยาวดำตัวเล็ก ๆ มาเป็นเหยื่อ และบอกว่าให้คนอื่นช่วยหาเหยื่อคนนี้มาให้ แม้จะไม่ได้บอกว่าใครช่วย ออสบอร์นก็คาดว่าคงเป็นหนึ่งในแผนกสเปดส์ที่เคยนอนกับดร.คริส
  • เมื่อเห็นดร.คริสฆ่าเหยื่อ ออสบอร์นก็คิดว่านี่เป็นรูปแบบเซ็กซ์ที่ทำให้ดร.คริสพอใจมากที่สุด  อย่างไรก็ตาม ดร.คริสบอกว่าตามปกติทำเสร็จก็กำจัดศพทิ้งไปโดยไว
  • ออสบอร์นคิดว่าดร.คริสเป็นคนที่น่ากลัวพอ ๆ กับน่าสนใจ—และที่น่ากลัวนั้นส่วนใหญ่ก็เพราะคาดเดาไม่ได้ ตั้งแต่ตอนแรกที่โดนบังคับก็พยายามนึกแยกเรื่องที่เซ็กซ์ออกจากตอนที่ได้คุยกันธรรมดาอยู่แล้ว ในสัปดาห์นี้ยิ่งรู้สึกว่าทำได้อย่างสะดวกใจขึ้นกว่าเดิม พอถึงวันสุดท้ายของสัปดาห์นั้นก็คิดว่าอาจเป็นช่วงระยะเวลาสุดท้ายที่ได้อยู่อย่างสงบใจในระดับหนึ่ง และรู้สึกใจหายจนน่ากลัว
  • วันต่อมาดร.คริสกลับมาสวมปลอกคอให้ แล้วยื่นข้อเสนอว่าหากออสบอร์นสัญญาว่าจะเป็นของตัวเองตลอดไป ดร.คริสก็จะยอมใจดีด้วยตลอดไปเช่นกัน เมื่อออสบอร์นพิจารณาว่าไม่ค่อยมีทางเลือกอื่นในชีวิตที่ดีกว่าก็สัญญาไปตามนั้น แล้วเมื่อดร.คริสกลับมาทำท่าใจดีด้วยจริง ๆ  ก็โล่งใจมากจนประหลาดใจตนเองอยู่เหมือนกัน  แม้กระนั้น ออสบอร์นก็คาดว่าที่มีอยู่คงไม่ถาวรอยู่ดี
  • ได้รู้ว่าตามปกติแล้วดร.คริสชอบคนเด็กกว่า เคยเลือกเหยื่อเด็กสุดประมาณ 4 – 5 ขวบ และมองออสบอร์นว่าให้สัมผัสเหมือนเด็กอายุประมาณสิบขวบ/ประถมปลาย (เป็นจุดที่ไม่ว่าอย่างไรก็นึกพิศวงเล็ก ๆ มาจนถึงบัดนี้ เพราะไม่ค่อยเข้าใจลำดับเหตุผล)
  • หลังจากที่สัญญาผูกมัดแล้ว ทั้งดร.คริสและออสบอร์นก็ดูไม่แน่ใจในสถานะของออสบอร์น ไม่เชิงเป็นเหยื่อหรือมีความสัมพันธ์แบบเจ้านาย-ทาส  อย่างไรก็ตาม ดร.คริสดูตึงเครียดกับเรื่องที่ต้องถอดปลอกคอออก สุดท้ายก็ตัดสินใจจะไปซื้อแหวนด้วยกัน
  • รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทราบเกี่ยวกับดร.คริส – เขาสูบบุหรี่มาร์โบโร่ไลท์ คีบตะเกียบไม่เป็น นวดให้คนที่ถูกใจหรือคนที่สนิท ขับรถเร็วเวลาที่ถนนไม่มีคน ฯลฯ

 

Jeremiah

  • คุณเยเรไมอาห์เป็น AI ของคุณพอล
  • มีกล้องทั้งหมด 300 ตัวอยู่รอบ ๆ ปราสาท ไม่มีกล้องนอนอยู่ในห้องของสมาชิก
  • ใช้อีโมติค่อนน่ารักดี บางอันออสบอร์นก็ไม่เคยเห็น
  • เคยถูกคุณเยเรไมอาห์ถ่ายรูปเอาไว้ (ไม่ค่อยชอบเพียงเพราะไม่ชอบถูกถ่ายรูป แต่ทราบว่าเป็นเหตุจำเป็น) ถูกบอกให้พูดว่า ‘Sexy’ ก่อนถ่ายรูปแต่พูดว่า ‘Cheese’ แทน
  • (จำ)ยอมให้คุณเยเรไมอาห์เรียกชื่อเรจินัลด์ เอาเข้าจริงก็ชอบนิด ๆ  รู้สึกว่าพอคุณเยเรไมอาห์เรียกแล้วสบายใจกว่าคนอื่นเรียก

 

 

Clubs

 

Paul ‘Sundance’ Gartner

  • เป็นเอซ หัวหน้าของแผนกคลับส์ ดูเหมือนจะเป็นคนที่ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ดีเมื่อเทียบกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในคลับส์ มีลักษณะการพูดจาคล้ายคลึงกับคนทั่ว ๆ ไปที่ออสบอร์นเคยพบนอก MIS (อนึ่ง ดูเป็นคนสุภาพปกติดี และแปลคำพูดล้อเล่นยากพอสมควร) ดูมีความเข้าใจในเรื่องการวางตัวกับผู้คนกับหน้าที่การงานดี อันเป็นสองสิ่งที่ออสบอร์นคิดว่าตนเองไม่ค่อยสันทัดเท่าไร จึงพยายามระวังไม่ให้เผลอไปขัดใจเข้า (ด้วยคุณพอลเองก็ไม่ชอบใจเท่าไรนักที่ออสบอร์นเคยไปทดลองระเบิดกับคนจริงข้างนอกพร้อมกับคุณวิคเตอร์)
  • เป็นคนฉลาด ออสบอร์นประเมินว่าคุณพอลคงเป็นคนที่มีความรู้ที่สุดในแผนกคลับส์ และเคารพในตัวคุณพอลอยู่มาก
  • เป็นคนใจดี ดูจากเหตุการณ์ที่เกิดระเบิดในท่อน้ำก็ไม่ได้กล่าวโทษอะไรเท่าไร (ออสบอร์นก็ไม่ค่อยได้ทำงานกับคนอื่น แต่มีความรู้สึกว่าตามปกติทั่วไปแล้ว น่าจะถูกดุมากกว่านั้น)
  • ทราบมาว่าคุณพอลสนิทกับคุณไรอัน
  • ดูเหมือนเป็นคนขี้แกล้งนิดหน่อย และไม่ลังเลที่จะแตะตัวคนอื่น (แต่คนปกติทั่วไปก็ไม่ลังเลนี่นะ...) รู้สึกไม่ค่อยชิน
  • ถูกมอบหมายให้ทำระเบิด เพื่อเอาไว้บรรจุในสติ๊กเกอร์ ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเอาไปใช้สำหรับการไหนเป็นพิเศษ

 

Luther Harless

  • ดูเป็นคนสงสัยใคร่รู้อยู่เหมือนกัน ตอนพบระเบิดในท่อก็บอกว่าอยากลองงัดแงะดู สุดท้ายก็ลงไปกู้ระเบิดด้วยกัน พอออกมาหลังจากกู้ระเบิดไม่สำเร็จ คุณลูเธอร์ก็ร้องไห้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ออสบอร์นไม่เข้าใจว่าทำไมการกู้ระเบิดไม่สำเร็จส่งผลกระทบกับอารมณ์ของคุณลูเธอร์ถึงขนาดนั้น จึงเก็บเป็นเรื่องที่ท่าทางจะไขไม่ออกต่อไป
  • คุณลูเธอร์พูดในเชิงสมมุติว่าถ้ามีเหตุให้ฆ่าออสบอร์น คุณลูเธอร์จะชิงฆ่าตัวตายก่อน ออสบอร์นคิดว่ามันฟังดูมากเกินไปหน่อย พอมาทบทวนดูภายหลังก็คาดว่าอาจจะโดนอำก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ชอบเลย แต่ถูกอำก็ยังดีกว่าให้เรื่องนั้นเป็นความจริง
  • แว่วมาว่าได้แผลที่ข้อมือ และมีเหตุโต้เถียงกับดร.คริสที่ห้องพยาบาล ในตอนนั้นชิอันซังก็อยู่ด้วย ออสบอร์นไม่ได้ขอดูแผล แต่ก็สงสัยมาตลอดว่าได้แผลมาอย่างไร คุณลูเธอร์บอกว่า ‘อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับ ผมไม่ระวังตัวเองด้วยแหละนะ’ – คาดว่าเป็นเหตุผลกลบเกลื่อน ด้วยคนที่โดนอุบัติเหตุมาจริง ๆ มักจะอธิบายว่าโดนอะไรมาอย่างเฉพาะเจาะจงกว่านี้ อีกทั้งยังเร่งรีบโทษความซุ่มซ่ามของตน ซึ่งดูเป็นการพูดด้วยความไม่อยากให้ผู้ฟังนึกถึงปัจจัยภายนอก
  • บอกว่าดร.คริสทำให้นึกถึงคนที่ตัวเองกลัว และดร.คริสทำให้รู้สึกระแวงอย่างต่อเนื่อง คุณลูเธอร์บอกว่าดร.คริสทำให้นึกถึงคนคนหนึ่งที่พยายามให้ลูเธอร์เป็นฆาตกร (ที่ดร.คริสชวนให้นึกถึงคนแบบนั้นนี่แลที่น่ากังวล)
  • จมูกไวพอสมควร บอกว่าได้กลิ่นยาสูบของออสบอร์นจากตัวดร.คริสด้วย (ตกใจเลย...)
  • สัมผัสว่าคุณลูเธอร์กำลังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ตลอดเวลา คิดว่าคุณลูเธอร์แสดงอาการเหมือนไม่ได้พอใจกับงานที่ทำอยู่สักเท่าไร ซ้ำยังพูดว่าไม่เคยฆ่าคน กังวลว่าถ้ามีเหตุต้องทำจะต้องทำงานใหญ่ คุณลูเธอร์อาจมีปัญหาในการปรับอารมณ์

 

Victor Walker

  • เป็น Asperger’s Syndrome – ดูเหมือนจะเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีแล้ว เว้นแต่จะมีอะไรไปกระตุ้นให้ตกใจ (ในกรณีนั้นมีแนวโน้มจะวิ่งหนีไปมุดนั่งที่ไหนคนเดียว) เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยรู้สึกเบื่อ แต่ก็มีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
  • ชอบของหวาน พูดจ