ช่วงนี้จขบ.กำลังพีคหนังเรื่องหนึ่ง(ออกฉายในปี 1989) ที่นับเป็นหนังอีกเรื่องที่ตรึงใจและให้แรงบัลดาลใจอย่างแรงกล้า - "Dead Poets Society (ชมรมกวีไร้ชีพ)" กำกับโดยPeter Weir สำหรับจขบ.แล้ว... มันเป็นหนังที่ต้องดู และต้องคิดพร้อมจิ้นวายโดยแท้จริง XP
ขอ ขอบคุณการบินไทยที่เอาหนังเรื่องนี้มาเป็นตัวเลือกในการดู มิเช่นนั้นเราอาจไม่มีวันได้มาบรรจบกัน จขบ.นั่งดูเรื่องนี้ตอนกำลังบินกลับไทยพอดี เพราะหนังเรื่องนี้มันเก่าจนหมดลิขสิทธิ์ที่ไทยแล้ว (ไม่มีประโยชน์ที่จะหาตามแมงป่องหรือร้านขายดีวีดีทั่วไป -w-; เพราะอิไดองหามาแล้วประมาณสามสาขาขึ้นไป ฮา) หากใครอยากดูจริงอาจจะต้องพึ่งโปรแกรม BitTorrent หรือสั่งซื้อตามเน็ตอะไรเทือกนั้น (แม้กระทั่งไปหาแผ่นปลอมเพราะหมดหนทาง เพราะสั่งจากเมืองนอกจะไม่มีซับไทยให้ "OTL) อย่างไรก็ตาม เป็นหนังที่คุ้มค่าแก่การได้ดูสักครั้งหนึ่งในชีวิตมากๆค่ะ
ที่ประเทศไทยในปีนี้เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ได้จัด"งานอ่านบทกวี ฉลอง 20 ปี Dead Poets Society" ณ หอศิลป์ เล่นเอาจขบ.อยากร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดที่รู้จักหนังเรื่องนี้ช้าไป(แต่ ถึงรู้ก็คงไม่ได้ไปอยู่ดี แต่คงได้แนะนำทุกท่านเร็วกว่านี้ "OTL)
Entryนี้ไม่มีSpoilerที่ใหญ่โตอะไรเป็นพิเศษหรอกฮะ:3
Plot:
ณ Welton Academy(มีชื่อเรียกเล่นๆในหมู่นร.ว่าHell-ton อาฮะฮ้า :P ) โรงเรียนชายล้วนอันดับท็อปแสนหัวโบราณ มีอจ.แนวคิดใหม่นามว่าMr. John Keatingเข้ามาเป็นอจ.สอนวิชาภาษาอังกฤษ และได้มีวิธีสอนที่แปลกใหม่ แหวกแนว ผิดกับอจ.แสนเข้มงวดยึดติดกับกฏเกณฑ์เก่าๆคนอื่นๆ
อจ.Keatingได้สอนให้นร.ฉกฉวยโอกาสที่มีในแต่ละวัน ('Seize the day' ภาษาละตินคือ 'Carpe diem') ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และทำชีวิตตนให้เหนือธรรมดา
และแล้วเด็กนร.กลุ่มหนึ่งก็ไปพบกับภาพเก่าของอจ.Keatingในหนังสือเก่าของ รร. ซึ่งบอกเอาไว้ว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้ง'Dead Poets Society'นี้ จึงได้ไปสอบถามอจ.ว่ามันคืออะไรกันแน่ ซึ่งKeatingก็ยอมอธิบายแต่โดยดีในที่สุด ว่ามันคือชมรมที่หนุ่มๆไปนั่งเล่นอ่านกลอนกันยามค่ำคืน(ว๊าย...วาย)
ซึ่งแน่นอนว่านร.กลุ่มนั้น มีหัวโจกนำโดยNeil Perry(นร.หัวกะทิ มีพ่อแม่แสนเข้มงวดที่บังคับให้เขาไปเรียนต่อแพทศาสตร์) ได้ตัดสินใจที่จะนำDead Poets Societyกลับมาอีกครา
แต่อจ.แนวคิดใหม่ในรร.เก๊าเก่านี่... ชีวิตจะราบรื่นขนาดไหน และเขาได้เปลี่ยนชีวิตนร.มากแค่ไหนนั้นต้องไปหาดูเอาเอง XD
Trailer:
Comments:
- ควรค่าแล้วค่ะสำหรับรางวัลOscar Best Writing, Screenplay Written directly for the ScreenสำหรับTom Schulman จขบ.จะแปลกใจมากถ้าคนเขียนบทเรื่องนี้ไม่ได้รางวัลล่ะ บทพูดของตัวละครแสดงนิสัยแต่ละคนได้อย่างชัดเจนมากค่ะ!
- หนังให้อารมณ์เป็นธรรมชาติแต่ก็มีพลังเหลือหลาย ทุกอย่างในเรื่องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงทั้งนั้น ให้ตัวละครดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ
- จขบ.ว่านักแสดงทุกคนแสดงเก่งมากๆ หลงรักRobin Williams(คนแสดงMr. Keating)ทันที แต่ก็ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว หนุ่มๆทุกคนแสดงได้เป็นธรรมชาติมากๆค่ะ! มีแววทั้งนั้นเลย ตลอดทั้งน้ำเสียง ท่าทาง ไปจนถึงสีหน้าสีตา
- ฉากสวยแบบธรรมชาติดี และก็ดูเป็นยุครุ่นพ่อดีด้วย ชอบบบ
- มันไม่ใช่หนังที่เป็นแค่หนัง และตัวMr. Keatingก็ไม่ใช่ตัวละครที่เป็นอจ. แต่เป็นอจ.โดยแท้จริงสำหรับคนที่ได้ดูหนังล่ะ
- หนังดี และตอนจบเลิศนี่นานๆทีจะเจอ แล้วเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ตอนจบมันกระชากใจที่สุด มันไม่ได้live happily ever after แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
Ideas:
I went into the woods because I wanted to live deliberately.
I wanted to live deep and suck out all the marrow of life...
to put to rout all that was not life;
and not, when I came to die, discover that I had not lived.
- Thoreau
- 'Seize the day': ฉกฉวยโอกาสของแต่ละวัน สุดท้ายแล้วพวกเราทุกคนก็ต้องตาย ยังไงก็ต้องใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
- สัมพันธ์ผู้ปกครอง-ลูก: ความไม่เข้าใจของพ่อกับลูก (หรือบางทีแม้แต่ผู้ใหญ่กับวัยรุ่นโดยทั่วไป) พ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีชีวิตอันมั่นคง และบังคับให้ลูกอยู่ในกรอบ (ฟังแลดูจำเจ? แต่จขบ.ว่าเรื่องนี้มันทำออกมาได้ดีมากกค่ะ ><)
- Freethinkers: ก็แล้วทำไมคนเราต้องคิดอยู่ด้วยกรอบด้วยล่ะ *หัวเราะ* แต่มันก็มีความแตกต่างระหว่างมีอิสระในความคิด กับเอาตัวออกไปหาเรื่องอยู่นะ
Yawp Scene:
You push it, stretch it, it'll never be enough.
You kick at it, beat ot, it'll never cover any of us.
From the moment we enter crying to the moment we leave dying,
it'll just cover your face as you wail and cry and scream.
- Todd Anderson
เผยๆมาให้ดูสักนิด เพราะฉากนี้เป็นฉากที่จขบ.ชอบมาก (Toddก็เป็นเคะตัวละครตัวโปรดของจขบ.ซะด้วย)
เหตุนี้เกิดจากการที่Mr. Keatingได้สั่งให้นร.เขียนกลอนสักบทเพื่อมาอ่านต่อหน้าทุกคนในชั้นเรียน Toddหนุ่มขี้อายผู้นี้จึงบอกMr.Keatingไปว่าเขาไม่ได้ทำมา(ทั้งๆที่ไม่กี่ วันก่อนหน้านี้ก็นั่งเขียนนั่งอ่านอยู่นั่นแหละ เอิ๊กส์ น่ารักดี) Mr. Keatingก็เลยสั่งให้เขาขึ้นมาแสดง'The barbaric yawp'(เสียงร้องป่าเถื่อน? o.o")ที่หน้าชั้น ในที่สุดToddก็ถูกบีบให้พูดบทกลอนออกมาจากจิตสำนึกตัวเอง
สาววายโปรดดูสายตาของNeil(หนุ่มผมเข้ม)ตอน(ใกล้)จบsceneค่ะ! T/////T มันช่างให้ความรู้สึกเหมือน "I've fallen in love with him all over again"ยังไงยังงั้น~
เมาส์แบบสาววาย: Y/Slash Alert! หากใครไม่ชอบข้ามส่วนนี้ไปได้เลยค่า
มันส่อ! ส่อมากๆ! ต้องจิ้นฮะ!! เรื่องนี้ไม่จิ้นไม่ได้เพราะมันเป็นรร.ชายล้วน และทุกคนก็แสนโมเอ้ ฉะนั้นจะขอพูดเกริ่นๆเผื่อสาววายคนไหนจะหามาดูจริง
- Neil Perry/Todd Anderson: Perfect couple! ดูครั้งแรกก็จิ้นคู่นี้เลย เห็นNeilแล้วคิดถึงเมะน่ารักๆแบบนี้ชะมัด ส่วนToddเป็นตัวละครที่จขบ.คิดว่ามีพัฒนาการมากที่สุดในเรื่องคนหนึ่ง ตอนต้นเรื่องเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยกล้าทำอะไร แถมประเมินตัวเองต่ำ แต่พ่อหนุ่มNeilก็ยังตามคุย ตามแคร์ เป็นสองหนุ่มที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็มีจุดอะไรสักอย่างที่คล้ายกันอยู่นั่น
- Charlie Dalton/John Keating: คู่นี้จขบ.ลืมจิ้นตอนดูครั้งแรก! (สงสัยมัวแต่สนใจNeil/Todd แถมตอนดูๆยังจำหน้าCharlieไม่ค่อยได้) แต่พอดีไปเจอficเรื่องนี้จึง ต้องขวนขวายหนังเรื่องนี้มาดูเป็นรองสอง(แล้วก็พีคไปตามระเบียบ ปัจจุบันดูไปแล้วสามรอบ) Charlieเป็นนร.กบฏกล้าท้าทาย กวนได้อีก แล้วMr. Keatingก็รับมุขซะด้วยสิ 55
นอกนั้นจขบ.ก็จิ้นต่อยอดเป็นคู่แปลกๆอย่างCharlie/Neil, Keating/Todd, Neil/Keating หรือแม้กระทั่ง Charlie/Knox =w=b
ฟิกDead Poets Societyภาษาไทยจขบ.ยังคงหาไม่เจอ แต่ถ้าฟิกภาษาอังกฤษลองดูแวบๆที่dps_fan LJ communityก็ได้ล่ะค่ะ
สุดท้ายแปะfanartวาดเล่น
ปล. สุดท้ายแล้วอิไดองก็หาเรื่องอู้งานอีกจนได้ (ไอ้ที่ขวนขวายมาดูมาอ่านระหว่างวันหยุดที่ผ่านมานี้ แม้มันจะแลดูเก่าแก่และthought-provokingดีหรือไม่ก็ตาม มันก็ไม่ได้มีอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับสิ่งที่เรียนอยู่สักกระผีกเดียว =w=" )
ปปล. ถูกท่านรองกล่าวหาอีกแระ ทุกอย่างที่เราชอบไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับความวายซะหน่อย =3= ทุกอย่างในโลกนี้มันวายไปตามแบบที่มันวายต่างหากล่ะ! Gay is as gay is... อ่ะต่ะเอ๊ง
ปปปล. จขบ.ยังเห็นThe Lives of Othersมีขายอยู่เลยนะ! แนะนำให้ดูซะก่อนที่มันจะหมดลิขสิทธิ์ที่ไทยดังเช่นDead Poets Society TvT
ปปปปล. กลับNZวันที่ 10 เดือนนี้ฮะ จะกลับไทยมาอีกทีก็วันที่ 13 ธค. T_T" เอาไว้ครั้งหน้าจขบ.สัญญาว่าจะออนเอ็มมากขึ้นนะฮะ
ไม่ได้เซฟไว้เเก้ด้วยว้อย เเย่เเล้ววว กรี๊ดดดดดดด ~