ก็อย่างที่บอกเมื่อครั้งไปVenice+Paris Trip จขบ.ดูหนังบนเครื่องบินซะเยอะ o.O; ขอเมนต์แบบสั้นๆนะฮะ จะได้สปอยล์นิดไม่มากไม่มาย (ไม่ค่อยมีเวลา ขอไม่เจาะลึกแล้วกันฮะ) ความเห็นส่วนตัวของจขบ.คนเดียวนะคะ
นี่คือเหล่ารายชื่อหนังที่ดู เรื่องไหนทำสีเข้มหมายถึง Highly recommended นะฮะ
- The Departed - directed by Martin Scorsese
จขบ.เลือกดูหนังเรื่องนี้เพราะรักพ่อหนุ่ม Leonardo Di Carprio 55+ :D นับว่าเป็นหนังที่ดูแล้วไม่เบื่อ แสดงกันเก่งมากๆทุกคนเลย บู๊กันมันส์ ลุ้นดีมากๆ แต่ต้องใช้สมองไวหน่อยเท่านั้นแล - -" เป็นอะไรที่แผนซ้อนแผน เล่นเกี่ยวกับไอเดียที่คนชีวิตบัดซบที่กลับเป็นคนดี และคนที่ดูดีกลับเป็นคนไม่ดี เพราะหนึ่งคนเป็นสมาชิกขององค์กรณ์อาชญากรแต่แฝงตัวไปทำงานให้ตำรวจ ส่วนอีกคนก็เป็นตำรวจแอบแฝงตัวไปทำงานให้องค์กรณ์อาชญากร o.O;
- The Picture of Dorian Gray (1945) - directed by Albert Lewin
หนังเก่าตั้งแต่สมัยที่ยังฉายแบบขาวดำอยู่ 55+ The Picture of Dorian Grayเป็นภาพยนตร์ที่ทำจากหนังสือที่มีชื่อเดียวกัน เขียนโดย Oscar Wilde
พ่อหนุ่มผู้ดีมีหน้ามีตานามว่าDorian Grayใฝ่หาอยากได้ความเป็นหนุ่มตลอดกาล และพลั้งปากไปว่าจะยอมแม้กระทั่งขายวิญญาณตัวเอง กลายเป็นว่าภาพเหมือนของตัวเองกลับแก่และอัปลักษณ์ขึ้น ในขณะที่ตัวเองยังดูหนุ่มไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเหตุโศกนาฏกรรม(ปนช้ำรัก)ก็ยิ่งทำให้หัวใจหนุ่มๆดิ่งสู่ความมืดดำและดึงเอาคนรอบกายไปสู่ความโชคร้าย
เป็นหนังที่แสดงกันเก่งมากๆ และเป็นOscar Winnerในสมัยนั้น แต่บังเอิญว่าอิไดองเกิดยุคนี้ เทคนิคก็เลยไม่ตระการตาเท่าไร
ยังไงก็ตาม ในไม่ช้าจะมีหนังเรื่องนี้ออกมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ กำกับโดยOliver Parker คาดว่าคงจะฉายในช่วงเดือนกย.ปีนี้น่ะค่ะ (ท่านBlue Catบอกมา คุณคนนี้แลเป็นคนแนะนำหนังสือเรื่องนี้ให้)
(พอเห็นเวอร์ชั่นเก่า(ปี1945)แล้ว ก็แอบชอบDorianคนเก่ามากกว่ายังไงชอบกล ถึงปกติจะชอบผู้ชายผมยาวกว่า แต่คนเก่าหล่อเนี้ยบมั่กๆ)
- The Reader - directed by Stephen Daldry
ชอบมาก! สมเป็นหนังOscar Winnerจริงๆค่ะ และแน่นอนว่าเจ๊Kate Winsletก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
หนังเรื่องนี้set upในเยอรมันช่วงปี1950s เนื่องจากอิไดองเป็นคนที่ชอบเรื่องราวรักที่ไม่ธรรมดานัก หนุ่มน้อยมีสัมพันธ์กับสาวแก่กว่าก็เลยถูกใจมากมาย เอิ๊ก พวกเขามีสัมพันธ์รักกันลึกซึ้ง แต่จู่ๆHanna(แสดงโดยKate Winslet)ก็หายสาปสูญไป และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในศาลตัดสินอาชญากรรมสงคราม เพราะชีได้ทำงานเป็นยามให้Nazi concentration camp
จขบ.ว่ามันเป็นหนังที่สะเทือนใจมากๆ ทำให้คนเรานึกถึงความเมตตาในหลายๆแง่และหลายๆมุม คนที่ทำสิ่งที่ถูกจำกัดว่าเป็นสิ่งที่"เลว"นั้นควรค่าที่จะได้รับความเห็นอกเห็นใจหรือไม่? ถ้าไม่ ใครคือคนที่ควรจะได้รับความเห็นอกเห็นใจ? ตัวละครในเรื่องนี้ไม่ค่อยเปิดใจให้ใครได้อย่างเต็มที่สักเท่าไร แต่ก็สื่อความรู้สึกออกมาได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ
ขอเตือนว่าหนังเรื่องนี้เลิฟซีนติดจะนู้ดเยอะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกจริงๆค่ะ
- He's Just Not That Into You - directed by Ken Kwapis
หลังจากดูหนังแนวdramaล่าOscarมาเยอะ อิไดองที่เริ่มซะลึมซะลือบนเครื่องบินเริ่มหันมาดูแนวcomedy -_-;
จขบ.ไม่ใช่แม่ยกromantic comedy แต่เรื่องนี้ก็นับว่าโอเคล่ะค่ะ ดูสบายๆ มุขไม่ค่อยขำ เกือบๆจะดีแล้ว รวมๆมุมมองคู่รักที่แตกต่าง และจุดจบหลายๆแบบ
- Un barrage contre le Pacifique (The Sea Wall) - directed by Rithy Panh
ว่าแล้วก็คว้าFrench movieมาดูสักหนึ่งเรื่อง ที่สำคัญดูเรื่องนี้เพราะมีพ่อหนุ่มGaspard Ullielแสดง (ฮีเป็นคนที่แสดงเป็นDr. Hannibalสมัยหนุ่มในเรื่องHannibal Rising กำกับโดย Peter Webber - ถึงหนังเรื่องนั้นจะโดนreviewไปในทางลบและหนังสือได้การตอบรับในหลายๆแง่มุม แต่จขบ.ว่าหนังเรื่องHannibal Risingก็ดูแล้วไม่เสียดายตังค์อ่ะ สนุกดีเพราะฮันนิบาลเท่โฮก XD )
เป็นเรื่องราวชีวิตบ้านนอกๆของครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งที่ปีนั้นปลูกอะไรๆก็ไม่ขึ้น ซ้ำยังมีหนี้อีกต่างหาก ก็นับก็เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆล่ะค่ะ เป็นการดิ้นรนที่พื้นๆหน่อย (เช่น หนูลูกสาวไปใช้ประโยชน์จากคนรวย แต่ก็ยังตั้งแง่หวงตัวได้อีก)
หนังเรื่องนี้สะท้อนสังคมของFranceในช่วงโน้นด้วยล่ะ แต่อิไดองไม่รู้รายละเอียดมากเท่าไรแฮะ =/l\=; อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องราวสู้ชีวิตที่ใช้ได้เหมือนกันล่ะค่ะ
- Confessions of a Shopaholic - directed by P.J. Hogan
เรื่องนี้สนุกค่ะ! เป็นlove comedyที่ขำและน่ารักดี XD ดูแล้วไม่เสียดายเวลา ถ้าใครชอบแนวนี้ก็ควรดูนะ พระเอกน่ารักดีค่ะ เป็นworkaholicในขณะที่นางเอกเป็นshopaholic :D
รวมๆแล้วเป็นมุมมองของshopaholicที่น่าสนใจดี และดูไม่เบื่อ (เสื้อผ้าและกระเป๋าสวยๆเยอะ ก๊าก)
- Sunshine Cleaning - directed by Christine Jeffs
สนุกอย่างคาดไม่ถึง XD เป็นdark comedyของแท้ค่ะ มันทำให้อิไดองน้ำตาไหลมากกว่าขำน่ะ = =;
เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องที่มีงานทำความสะอาดในสถานที่ที่เกิดเหตุคนตายขึ้น บางเหตุก็มีคนฆ่าตัวตายบ้าง ฯลฯ ซึ่งความจริงแล้วแม่ของสองคนนี้ก็เคยฆ่าตัวตายมาก่อน คนพี่เคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์สาวฮ็อทสมัยไฮสคูล แต่พอโตขึ้นก็ชีวิตตกต่ำ มีลูกกับผู้ชายที่เลือกแต่งงานกับผู้หญิงอื่น อะไรแบบนี้
ก่อนดูหนังเรื่องนี้อิไดองก็ไม่เคยนึกมาก่อนเลยแฮะว่าเมื่อเกิดเหตุคนตาย(ฆาตกรรม, ฆ่าตัวตาย เป็นต้น)แล้วใครจะเป็นคนทำความสะอาด ยังไงก็ตาม เหมือนหนังเรื่องนี้แฝงธีมชีวิตคนเราที่สุดท้ายแล้วก็มีขึ้นมีลง และก็ภาพภายนอกที่อาจจะไม่ได้ดูสวยหรูอย่างที่คิด
สุดท้ายEmily Blunt(คนขวามือ)แสดงโดนใจอิไดองดีค่ะ 55+
- The Great Buck Howard - directed by Sean McGinly
เห็นว่าThe Amazing Kreskinที่เป็นmentalist(นักอ่านจิตใจ?)เป็นแรงบันดาลใจให้สร้างตัวละครThe Great Buck Howardที่เป็นmentalistในหนังเรื่องนี้
หนุ่มตัวเอกของเรื่องนี้ Troyได้เรียนกฏหมายแล้วไม่มีความสุข ก็เลยเลิกกลางคันแล้วมาทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัว+ผู้จัดการให้Buck Howard ซึ่งก็เป็นช่วงที่ฮีแก่และเริ่มไม่ดังแล้ว ก็เหมือนสะท้อนชีวิตคนเราที่มีพุ่งแล้วก็มีดิ่ง แต่ก็ไม่ยอมแพ้
ดูสบายล่ะค่ะ ไม่ต้องใช้สมองมาก และซึ้งพอประมาณ XD
(หนังเรื่องนี้ก็มีEmily Bluntแสดงอีกเช่นกัน.. อืมม์ Tom Hanksโผล่มีบทนิดหน่อยจนอิไดองแปลกใจ o.O ว่ามีนักแสดงดังขนาดนี้แต่ไม่ค่อยใช้แฮะ 55+)
- The Illusionist - directed by Neil Burger
มาถึงหนังที่มีธีมของนักมายากล เทคนิคดี ซ่อนเงื่อนให้ข้องใจได้ดี
แต่เอาเข้าจริง... มันก็คือเรื่องราวความรักต้องห้ามต่างฐานะธรรมดาๆยังไงชอบกล o.O; อิไดองว่าตัวเองไม่ใช่คนใจหินใจดำที่ไม่ซึ้งตามหรอกนะ แต่คิดว่าเฉลยเงื่อนหักมุมตอนจบมัน... Romeo & Juliet ไปหน่อยน่ะฮร่ะ ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ น่าฮือฮา แต่ไม่โอ้ว(?)
ยังไงก็ตาม มันเป็นหนังที่ดูสนุกมากๆ ตระการตาดีเหมือนกัน
แต่ถ้าเทียบกันแล้ว จขบ.ชอบThe Prestige(กำกับโดยChristopher Nolan)มากกว่า (ขอนอกประเด็น พอดีว่าดูหนังเรื่องนี้ในDVDเมื่อเดือนก่อนโน้น) ที่มีธีมนักมายากลเหมือนกัน แต่เด็ดกว่า :D
The Prestigeเป็นเรื่องราวที่ดูแล้วต้องมีสมาธิและใช้สมองมากหน่อย เป็นหนังในแบบที่จขบ.โฮกสุดๆ คือทุกการกระทำของตัวละครต้องมีเหตุผลและมีผลกระทบ/เกี่ยวโยงกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้ว
จขบ.ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของการแข่งขัน และความทะเยอทะยานของมนุษย์ เป็นเรื่องของนักมายากล 2 คนที่พยายามมองกลของกันและกันให้ออก สลับกันมีบทดี และสลับกันมีบทร้ายอย่างลงตัวที่สุด พอดูถึงตอนจบก็ทำให้คิดว่าจะได้ก็ต้องมีเสียนั่นแล
แค่นี้ล่ะค่ะ reviewสั้นแล้วนา เพียงแต่มันมีหลายเรื่องเท่านั้นแล -w-;
