หลายครั้งเราคิดว่า... การพิมพ์ความเห็นทางด้านการเมืองในเน็ตบางทีอาจจะไม่ใช่อะไรที่สร้างสรรค์นัก ถ้ามันออกมาจากปากใครสักคนแบบเรา
คนส่วนใหญ่ในบ้านเรา(บังเอิ๊ญ... ว่าไม่ใช่ทั้งหมด)เกลียดทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร... ถึงอย่างงั้นก็รู้สึกมาสักพักแล้วล่ะว่าพันธมิตรเริ่มทำเกินกว่าเหตุน่ะหมู่นี้ ยิ่งมาครั้งนี้ก็แล้วใหญ่ มันเข้าขั้นทำลายทรัพย์สินแล้ว สนามบินเสียเป็นร้อยล้านต่อวัน คนท่องเที่ยวก็ตกไปมาก (สรุปแทนที่จะทำเพื่อชาติมันทำให้คนในชาติเสียหายแล้วนะ)
เพื่อนเราบังเอิญกลับไทยวันนั้นพอดี ยังดีนะที่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร พรุ่งนี้จริงๆเพื่อนเราอีกคนก็จะกลับไทย(มีตรูกลับช้าอยู่คนเดียว) ก็ไม่ได้กลับแล้ว เพื่อนที่จะกลับบ้านแต่ต้องจอดแวะที่ไทยก็ต้องมีปัญหา ฝรั่งก็มีธุระจะเข้าออกเมืองไทยก็ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนมาท้องเที่ยวที่ไทยธุรกิจบางคนก็แทบจะล่มจมได้เลยนะ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ถึงขนาดนั้น แต่มันก็เป็นลางเห็นถึงอนาคตได้แล้วทุกคน -"- ตอนนี้ธุรกิจที่ไทยตกลงมาเยอะมากๆ ส่วนตัวเราคิดว่าทั้งสองฝ่ายนั่นแหละควรจะหยุดได้แล้ว สภาควรจะยุบ พันธมิตรก็ควรเลิกประท้วง แล้วก็มาโหวตใหม่ตามข้อเสนอ แต่ก็ยังไม่มีใครยอมทำตามข้อเสนออีก ถ้าเกิดโหวตใหม่ขึ้นมาแล้วอภิสิทธิ์ไม่ได้ขึ้นมาก็ต้องประท้วงกันอีกรึไงกันล่ะ? บังเอิญว่าเป็นคนชอบพันธมิตร แต่หลายคนที่รักพันธมิตรอย่างเหนียวแน่นตอนนี้เริ่มมองอะไรเป็นกลางขึ้นมาบ้างก็ดีนะ ความวุ่นวายในบ้านเมืองในตอนนี้ถ้าฝ่ายทักษิณเป็นเชื้อไฟ พันธมิตรก็เป็นตัวเพลิงไปแล้ว อารมณ์เดียวกับ "เพราะทักษิณเข้ามาประเทศเราถึงได้เริ่มแยกเป็นสองฝักสองฝ่าย" แล้วก็ยัง...สานต่อยุแยงหยิ่งในศํกดิ์ศรีแยกเป็นสองฝักสองฝ่ายกันต่อไป ลองมาเล่นต่อประโยคกันดีมั้ย? "ตั้งแต่เริ่มแยกเป็นสองฝักสองฝ่าย พวกเราก็เลยเริ่มทำลายตัวเอง"
ตอนนี้ธงชาติไทยมันคืออะไร? เอาไปมีไว้ให้ไปทำเป็นลายเสื้อประท้วงเหรอ ความรักชาติน่ะมีแต่ยังรักคนในชาติกันอยู่รึเปล่า? สีเหลืองไม่ใช่สีแห่งความปิติกันอีกต่อไปแล้วต้องมานองเลือดกันอย่างงั้นใช่ไหม?
รักในหลวง... ใช่สิ ทุกคนช่วยลองนึกภาพตัวเองต้องแบกรับหน้าที่กษัตริย์ดูแลบ้านเมืองที่แบ่งแยกพรรคพวกแบบนี้ นึกภาพจินตนาการสักนิด ตอนนี้จะต้องทุกข์ใจขนาดไหนกันล่ะ?
เราไม่ได้เกลียดพันธมิตร แล้วก็แน่นอนว่าจะไม่ยอมรับรัฐบาลห่วยแตกขนาดนี้ แต่ยิ่งพันธมิตรทำแบบนี้คนก็ยิ่งชอบพันธมิตรน้อยลงขึ้นทุกที แต่เอาเข้าใจจริงแล้วพวกที่ประท้วงน่ะก็มีงานการชีวิตประจำวันต้องทำ ทำไมไม่ไปทำ หาเงินหาความสงบสุข"ในครอบครัว"ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดถึง"ทั้งชาติ"ดีกว่ามั้ย ถ้าทุกคนทำแบบนี้ ก็คงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ถึงมันจะเป็นความสงบสุขเล็กๆน้อยๆ บางทีมันอาจจะดีกว่าความสงบสุขที่แลกด้วยการกับคนในครอบครัวต้องตายไม่ใช่เหรอ?
ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่เป็นอย่างงั้น ก็เพราะหลายคนที่ทำเพื่ออุดมการณ์ และคนดีอยู่มากมาย แต่ในกลุ่มของพันธมิตรก็ต้องดูให้ดี ว่ากลุ่มที่เป็นพวก"หัวรุนแรง"น่ะก็มี(ไม่ใช่น้อย..ก็ได้เอ้า)เหมือนกัน แบบนี้มันต่างกับนาซีที่เชือดคนยิวเพราะมาแย่งงานของคนเยอรมันในชาติของตัวเองให้ไม่มีกินมากน้อยแค่ไหนกันล่ะ? อาจจะเปรียบเทียบแรงไปสักนิด เพราะพวกพันธมิตรก็ไม่ได้ไปฆ่าล้างใคร แต่ยังไงก็ทำลายทรัพย์สินของชาติไปแล้วนะ เพียงแค่เศษเสี้ยวนึงอาจจะไม่ต่างกันนักหรอกในแง่ของความคิด ทางฝั่งโน้น...ตำรวจนอกจากจะดำเนินการอะไรไม่ได้สักอย่าง รัฐบาลก็ไม่เจริญหูเจริญตา แต่ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าหากกลุ่มพันธมิตร"บางพวก" ก็ไม่ควรจะยุแหย่และลากคนอื่นเขาไปตาย
สรุปว่ามีคนต้องพิการ มีคนต้องเสียชีวิต ความผิดใครก็ไม่ทราบ แล้วก็ต่างอดคิดกันไม่ได้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว ลงท้ายก็คือ "พวกนั้นนั่นแหละทำร้ายประชาชน ไม่มีสักคนคิดจะยอมรับ" ฟังดูเข้าหู... ใช่สิ ลอยหน้าลอยตาราวกับว่าีชีวิตคนเหมือนเศษฟางขาดไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่อิไดองไม่รู้จะตอบยังไงดี ตอนที่รุ่นน้องที่จะได้กลับไทย...กลับบ้านไปเจอครอบครัวในวันนี้ถามว่า "คนที่อยู่ที่สนามบินในตอนนี้ เชื่อเถอะว่ามีไม่มีสักคน ที่ต้องรอญาติกลับบ้านมาจากเมืองนอก" ว่าเข้านั่น... นั่งกันอยู่ที่สนามบิน ทำยังกับว่าไม่มีสักคนมีธุระต้องกลับมาทำที่ไทย ไม่มีสักคนที่ต้องกลับมาเจอครอบครัว ไม่มีคนฝรั่งสักคนที่มาลงที่ไทยแล้วต้องเสียเวลาบินกลับเข้าประเทศตัวเองอีกรอบ
ทำอย่างกับว่าไม่มีสักคน มาถามอิไดองซึ่งๆหน้าว่า "Right now... in Thailand... Is it dangerous?"
รู้สึกยังไงกันบ้างล่ะ ถูกสอนมาแต่เด็กว่าคนไทย"รักสงบ"
คำว่า "รักสงบ" เราถูกสอนในวันนั้น วันนี้คำพูดที่ได้ยินจากคนอื่นคือadjectiveที่น่าฟังไม่แพ้กันมั้ยล่ะ? "อันตราย" ว่ากันตรงๆ...ได้ยินจากปากคนไทยที่อยู่ที่ไทยว่าคนอื่นๆเขามองบ้านเราว่า "ป่าเถื่อน"
จริงๆแล้ว เขาพูดกันว่า "Selfish (เห็นแก่ตัว)" ที่มาละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำลายทรัพย์สิน เพราะคนเพียงคนเดียวมัวแต่ตั้งแง่ยืดเยื้อไม่ยอมยุบสภา(เพราะท่าจะรู้ตัวว่าออกไปแล้วก็กลับเข้ามาไม่ได้อีกหรอกนะ) ก็เลยต้องยึดมั่นศักดิ์ศรีกลับไม่ยอมมันเหมือนกัน โดยปล่อยให้สนามบินเสียไปสักหลายร้อนล้านเอาง่ายๆ
สุดท้ายถ้าจะถามนอกเรื่องสักนิด คิดว่าโลกเรามันจะจบสิ้นเพราะว่าGlobal Warming น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายคนตายกันหมดโลก หรือว่าโลกจะล่มจมเพราะว่านายกนายใหญ่วางระเบิดนิวเคลียร์ให้คนตายกันครึ่งโลก เหลืออีกครึ่งนึงฆ่ากันตายในสงครามโลกครั้งที่สามกันล่ะ?
ไม่ว่าใครจะคิดว่าเป็นอันไหน โลกเราก็ยังมีสงคราม ถึงแม้ว่าไม่กี่ปีที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าโลกเราสงบสุข แต่มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยพวกที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น ขณะที่กำลังจรดปากกาเขียนกันอยู่นั่น อีกเสี้ยวหนึ่งของโลก ก็คงจะมีประเทศหรือเกาะเล็กๆที่ยังไม่ถูกคนพ้บ... ยังทำสงครามกันอยู่อีก
ฉะนั้น เราจะไม่พูดว่า "อย่ามีสงครามกันอีกเลยนะ"
แต่อยากจะเอาอะไรใกล้ตัวอีกนิด "ใช้กระดาษให้ประหยัด ปิดน้ำอย่าให้เปลือง อย่าเปิดแอร์ทิ้งไว้"
ในทางกลับกัน ก็คงจะไม่ต่างกันนักถ้าเราจะมองเรื่องวุ่นวายในประเทศให้แคบลงอีกนิด เราคิดว่าสิ่งที่เยาวชนในตอนนี้ควรจะทำ ไม่ใช่การออกไปเดินประท้วง เสี่ยงชีวิต ถึงมันจะเป็นการกระทำที่ดูกล้าหาญที่จะออกความเห็นของตัวเอง แต่จริงๆแล้วมันอาจจะดีกว่าถ้าเด็กพวกนั้นเรียนให้เต็มที่ รักพ่อแม่ โตขึ้นมาจะได้ดูแลเลี้ยงครอบครัว หาเงินเข้าประเทศ พวกผู้ใหญ่ที่ทิ้งการงานมาประท้วงก็เหมือนกัน เอาเงินเก็บและเอาเวลามามอบความรักกับคนในครอบครัวมากขึ้นจะดีกว่า บางทีอาจจะไม่มีอะไรสายเกินแก้ เราคิดว่าแค่เรื่องเล็กๆเท่านี้ ถ้ามาร่วมทำกันหลายๆคนตั้งแต่ตอนนี้ ประเทศไทยคงจะน่าอยู่ในภายภาคหน้าแน่ๆ
บังเอิญว่าเราไม่ชอบรัฐบาล และเราเองก็ชอบอุดมการณ์ของพันธมิตร แต่"อุดมการณ์"กับ"การกระทำ"ในตอนนี้มันแยกจากกันน่ะ
ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว ป้าเราบอกว่าถ้าถึงวันนั้นคงจะไม่มีการประท้วงอะไรทั้งนั้น เพราะเป็นวันเกิดในหลวงก็เลยต้องเคารพ นี่ แล้วทำไม"ทุกๆวัน"คนไทยทุกคนถึงทำไม่ได้ ทำทุกๆวันให้ดีที่สุด การปะทะตบตี หยุดงาน ขัดขวางการเดินทางของคนอื่นมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก แทนที่จะมารักษาศักดิ์ศรีที่ว่า"ให้คนโกงชาติออกไป"และ"ไม่ยุบสภาหรอก"
ทำไมไม่ช่วยกันรักษาศักดิ์ศรีเมืองไทยที่ถูกประเทศอื่นเขามองว่าไม่ดีเอาซะบ้าง
...จบเอ็นทรี่... อาจจะถูกคนมาตามล่ายิง 55+