2007/Oct/29

....ใกล้สอบ(อีกรอบ สอบNCEAครับครั้งนี้)แล้วล่ะ เฮ่ออออ = ="

TwT" เอาแฟนอาร์ทไคจังมาแปะก่อนแล้วกันนะก๊ะ....

แฟนอาร์ทHBDเหล่าเพื่อนๆเอ็กซ์ทีน... ฮือออ อีไดองจะเจียดเวลามาทำให้นะฮระ (ออกมากลายเป็นวายไม่ว่ากันเนอะ?) คือว่าพอเริ่มต้นวาดความวายมันเข้าครอบงำ เลยเริ่มวาดวายก่อนทุกทีไป -"-

=/l\=" fanart HBD Kai-Chan........จะถูกฆ่าไหมเล่าเนี่ย??? 55555555+

55555+ = ="" อาจถูกตบ.. ^^" รูปนี้วาดก่อนที่จะบ้าคู่นี้นะ

เออ ใช่ สารภาพก็ได้ คือตอนนี้อีไดองกำลังบ้าYuTakaอยู่ฮระ XD 5555555+ (Yutaka + Takanori = YuTaka <3) หรือ......= = เอ้า รู้ๆกันเลยละกันนะ ไคกี้นั่นล่ะ

เอาล่ะๆ เรามีคำอธิบายขอรับทุกท่าน (ทุกคน/ไม่ต้องการเฟ่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!)

อธิบายสั้นๆพอแล้วกัน อีไดองอยู่สายKS(Kawaii Seme)มาได้พักนึงแล้วแหละนะ ถ้าพูดถึงตอนที่ชอบจริงๆจังๆก็ปีกว่านู่น(ต้นเหตุที่แท้สาวกดีเกรย์ที่รู้จักข้าน้อยคงเข้าใจ....ทุกครั้งที่เห็น"เลนเคะ"เนี่ยสุดจะแสลงใจขัดตา..)

เรื่องของเรื่องสาวกเคะดื้อ/หยิ่ง/เงียบ/เอาแต่ใจ/แรดอย่างข้าน้อย แน่นอนว่าไม่ได้ประทับใจเคะน่ารัก/ใสซื่อบริสุทธิ์อินโนเซนต์/สดใสร่าเริง/กวนๆ/สุภาพ/อ่อนโยนเป็นพิเศษ แต่ถ้าลองพลิกเคะแบบนั้นขึ้นมาเป็นเมะทีไรเนี่ยจะชอบทุกรายเลย

ตอนมารู้จักไคจังใหม่ๆ ก็ว่าน่าร๊ากกกกกก ตอนนั้นยังแอบคิดว่าจะผ่านเกณฑ์KSหรือไม่ ตอนนั้นยังแอบนึกว่า..ท่าจะไม่ผ่านเพราะนู๋ไคเค้าเค๊~เคะเสียขนาดน้านนน อีกอย่างคือถูกใจอุ๊ไค บิไคด้วยล่ะ

แล้วไปๆมาๆฟ้า(หรือนรก?)ก็ดลบันดาลใจให้ข้าน้อยเริ่มจะจิ้นไคกี้ขึ้นมา ตอนแรกก็นั่งคิดๆฮร่ะว่าถ้าไคจังเป็นแบบนี้... กีกี้มันก็คงจะ..บลาๆ (จิ้นไปก็เหมือนไซโคตัวเอง อาการเฉพาะตอนไม่มีคู่ที่ว่าให้อ่าน อาการเดียวกับช่วงชอบอุ๊ไค ไม่ค่อยมีให้อ่าน จิ้นเอง ไซโคตัวเอง)

พอเริ่มจิ้น ก็เริ่มอยากแต่งฟิกเจือๆคู่นี้ขึ้นมาล่ะ เริ่มเขียนด้วยซ้ำแต่อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าคอมฯเจ้ากรรมต้องเอาไปซ่อมอะไรๆมันก็เลยชวดไปหมด อาการช่วงนั้นอยากอ่านอุ๊เรย์เรย์อุ๊ เรย์กี้ ไคกี้ดูอย่างเดียวเพราะคู่อื่นอ่านมาแล้ว ชอบอ่านอะไรใหม่(พวกขี้เบื่อ... ยกเว้นในกรณีOTP(One True Pair)อย่างเรย์กี้มัน) จิ้มๆเรย์อุ๊อุ๊เรย์ดูแถวๆLJก็ว่ามันเรทดี แถมน่ารักดีอีกต่ะหาก มีเศร้าๆเจือๆประสาเพื่อนรักเพื่อนเอ็งไม่รักตรูกลับ..อะไรประมาณนี้ ไปเรื่อยๆก็เลยเออน่า จิ้มไคกี้ดูสักหน่อยแล้วกัน จิ้มอ่านเรื่องแรก..สองเรื่อง....ชักจะชอบคู่นี้มันขึ้นมาแล้วจริง..

สามเรื่อง...ก็เริ่มจะกู่ไม่กลับ กลัวๆว่าจะกลับมาอ่านไคเคะไม่ได้ เลยจิ้มกี้ไคมาอ่านก็ยังพอทน ยิ่งจิ้มอ่านต่อไปอีกสักเรื่องนึง(ที่สารภาพว่าอีไดองแอบลืมดูGenreว่ามันAngst แล้วลืมดูWarningว่ามันcharacter death).......เลยกลายเป็นว่าอ่านเรื่องนั้นก็ได้เก็บตกความโศกจนครบสรรพประเภทที่อีไดองชอบเป็นอันเรียบร้อยเลย

แล้วเจ้ากรรม.....เพิ่งรู้ว่าฟิกไคกี้มันจะมีเรย์อุ๊เป็นคู่ประกอบ

เข้าทางไซโคข้าน้อยโดยสมบูรณ์เล้ยยยยยยยยยย =/l\="

^w^"" มีใครจะช่วยฉุดข้าน้อยกลับมาได้บ้างรึเปล่าเนี่ยยยยย

anyway~ ภาพมันยังไม่หมดเหอะ... เพ้อไปเพ้อมาประสาอะไรเนี่ย คลอดออกมาอีกรูป - -

สรุปคู่นี้มันKawaii Seme X Dominating Ukeอย่างแรงงงง

_ _" พอ จบๆไปก่อนเถอะ มาดูอะไรมีสาระสักหน่อยดีกว่า

^^" ได้แถกมาอีกแถกนึงแล้วค่ะ แต่เดิมเห็นจากบล็อกคุณvendetta ก็คิดว่าน่าสนใจอยู่ใช่ย่อย แล้วก็ได้รับมาจริงๆจากคุณพี่มุก ก็เลยว่าจะทำจริงๆมันซะเลยขอรับ ^^

TT TT อันที่จริงแล้วงานนี้ข้าน้อยไม่ได้ไปหรอกอ่ะ แต่เอ้อ ไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไร ใช่ว่าจะไม่เคยไปสักหน่อย..

1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ?

คิดว่าเหมือนเป็นงานรวมหนังสือแห่งชาตินั่นล่ะขอรับ ฮา เหมือนกับว่าสำนักพิมพ์ทั้งหมดขุดผลงานออกมาขายเสียให้หมด เป็นที่ๆรวมหนังสือทุกประเภทจากหลายๆสำนักพิมพ์...ความรู้สึกมันเป็นอย่างนั้นขอรับ นั่นคือเหตุผลหลักเลยที่ผุดขึ้นมาในหัวนะ คือร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุด

หนังสือมันลดราคาก็เลยรู้สึกว่าต้องเอาโอกาสนี้ไปซื้อหนังสือ(อีกรอบ) อีกอย่างก็คือเป็นโอกาสดีที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย หนังสือมันมีากมายก่ายกองหลายประเภทนักหนา ฉะนั้นหากมีเพื่อนที่อ่านหนังสือ(หรือการ์ตูน)บ้างล่ะก็ชวนกันไปได้ แล้วก็ซื้อแหลกอะไรแบบนี้ มีโอกาสที่จะคว้าเอาหนังสือที่ตามหาซื้อที่ร้านหนังสือไม่ได้ด้วย(เหมือนเทศกาลเก็บตก ฮา) นอกจากนั้นก็ใช่ว่าจะซื้อแต่เล่มที่คิดไว้ว่าจะซื้อ บางครั้งเจออะไรน่าสนใจในงานก็หยิบๆมาด้วย

งานหนังสือน่ะยังมีหนังสือมือสองเก่าๆมาขายด้วยนะ อันนั้นก็จะลดราคาลงไปอีก พ่อข้าน้อยก็ไปซื้อมาบ้างเมื่อคราวนู้นที่ไปด้วยกัน ก็อาจจะมีหนังสือค่อนข้างเก่าหายากในร้านหนังสือทั่วๆไป

พูดง่ายๆ งานลดราคาหนังสือ = โอกาสทองที่จะเหมาซื้อหนังสือ

เมื่อได้ตามไปอ่านถึงบทความนี้ก็คิดว่าหากงานมหากรรมหนังสือ"กำลังส่งเสริมวัฒนธรรมที่มักง่าย"จริง การเอางานมหกรรมหนังสือออกไปก็เท่ากับตัดการ"ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้เข้มแข็ง และช่วยปลูกฝังการรักการอ่าน"เหมือนกันนั่นล่ะ ฉะนั้น สำนักพิมพ์ผีเสื้อก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรที่ชวนให้นักอ่านเสียความรู้สึกแบบนี้ให้เห็นหรอกค่ะ = =a เพราะโดยปกติหา่กใครอยากอ่านจริง กะอีแค่จ่ายเพิ่มแค่10-30%ไม่มีใครเขาสนใจมากนักหรอก(แม้ช่วงนี้เงินบาทมันจะแข็งตัวก็เถอะ แต่แหม... หนังสือดีๆสองเล่ม ถ้าอยากซื้อจริงก็ไม่ตายหรอกถ้าท่านไม่เอามาลดในงานหนังสือน่ะ)

ถึงงั้นข้าน้อยก็ชอบสำนักพิมพ์ผีเสื้อนะ.... (จำได้ว่าเคยอ่านเจอในเล่มหนังสือของเขาว่าถ้าพบข้อผิดพลาดของหนังสือทางกายภาพก็แจ้งได้ จะรับผิดชอบเต็มที่ บลาๆๆ) เท่าที่เคยอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้มาไม่เคยเจอคำสะกดผิดหรือมีข้อผิดพลาดอะไรชวนหงุดหงิดแบบหนังสือแฟนตาซีที่เห็นกันเกลื่อนร้านในสมัยนี้ - -* (เขาเรียกว่าEditorปล่อยออกมาได้อย่างไม่น่าให้อภัย - -")

ส่วนในเรื่องของ"สถานการณ์ตอนนี้เหมือนร้านโชห่วยกับซุปเปอร์สโตร์ที่มีบรรยากาศเหมือนตลาดนัด คนแย่งกันซื้อของราคาถูก" ....คือถ้าหากบ้านเรามีเทศกาลขายเสื้อผ้าแห่งชาติ(?)ขึ้นมา ทุกคนก็ต้องแห่ไปเหมือนกันนั่นล่ะ ทั้งคนที่เป็นหนอนหนักสือ และคนที่ซื้อหนังสือนานๆครั้ง หรือคนที่อยากไปลองชมดูหนังสือหลากหลายในงาน ก็เพราะว่ามันสะดวกนี่นา ตามปกติที่เดินซื้อหนังสือบางทีอาจจะมีเล่มที่เราต้องการบ้าง ไม่มีบ้าง แต่ว่าไงๆในงานมหกรรมมันก็มีหนังสือส่วนใหญ่ที่เราต้องการอยู่แน่ๆ (ในร้านหนังสือบรรยากาศมันก็ดีอยู่จริงๆ) สำหรับหลายๆคนจึงกลายเป็นงานที่ต้องไปไม่งั้นเสียดายแย่...แน่นอนว่างานนี้ก็ไม่มีแค่คนในกรุงเทพฯแน่ๆ ก็ต้องมีคนจากต่างจังหวัดเดินทางมาด้วยนั่นแหละ คนมันก็ต้องเยอะเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

อ้อ อีกเรื่องนึงแอบสำคัญ! คือเห็นด้วยที่พี่มุกพูดแหละ >w< มันเป็นโอกาสทองที่จะได้เจอนักเขียนด้วยนะ~! >___< ให้เขาเซ็นลายเซ็นให้อะไรแบบนี้ ความสุขเล็กๆน้อยๆ(ที่อีไดองจะมานึกขึ้นได้ก็หลังจากตอนที่หอบหนังสือพะรุงพะรังจนนักเขียนบางคนเขากลับบ้านไปแล้ว - -)

สรุปโดยรวม งานมหกรรมหนังสือสำหรับเราก็เหมือนงานฉลอง ประมาณนั้นเลย

2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่?

เอิ่ม.... เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้(สำหรับข้าน้อย)หรอก - -""

ถ้ารอซื้อหนังสือปีละสองครั้งไม่ต้องแขนหักแบกหนังสือกลับบ้านตายเหรอ -"- หนังสือมันอัพเดทอยู่เรื่อยๆก็ต้องไปซื้อเป็นธรรมดา

เมื่อก่อนจะอ่านหนังสือมากกว่านี้(เยอะ)นะ ในช่วงนี้ดองไปหน่อย ซื้อมาเก็บไว้ขึ้นหิ้ง แต่ถึงหมู่นี้จะอ่านน้อยลง(ไม่รู้ว่าเพราะงานบวกกับเอาเวลาว่างมาเล่นเน็ตมากขึ้นรึเปล่า)แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุดอ่าน = ซื้อหนังสืออยู่เรื่อยๆที่ว่างและเข้าร้านหนังสือแทบทุกครั้งที่ได้ออกไปข้างนอกแหละ 55555+

เอ้า คิดดูเอาละกัน ซื้อหนังสือปีละสองครั้งนี่มัน 2/365เชียวนะ!!!!!!!!!!!!! มีเวลาตั้ง365วันแต่ซื้อหนังสือแค่สองครั้ง เรื่องพรรค์นี้...อย่างน้อยก็เราคนนึงนี่ล่ะ ที่มันเป็นไปไม่ได้เลย

3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม?

โอ่ะ มีค่ะมีแน่ (ถึงไงก็ชอบประหยัด...หรืออย่างที่ถูกกล่าวหาบ่อยๆว่างก)

เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีบัตรสมาชิกแล้ว (เมื่อก่อนมีร้านซีเอ็ด นายอินทร์ ดอกหญ้า สมัครไปหมดแทบทุกร้านที่ขวางหน้า) เพราะพอไปเมืองนอก กลับมาบัตรก็หมดอายุบ้าง หรือไม่กลับมาก็ซื้อหนังสือไม่คุ้มกับที่เป็นสมาชิกไว้ ก็เลยไม่ได้เป็นแล้ว (แต่คุ้นๆว่ายังเป็นของนายอินทร์อยู่นะ) แน่นอนว่าคนเราต้องเลือกซื้อในร้านที่ถูกกว่า ฉะนั้นถ้าไปพารากอนก็อาจจะเข้าร้านนายอินทร์(เพื่อได้ส่วนลดสมาชิก)ก่อน แล้วค่อยไป kinokuniya ทีหลัง

แต่โดยรวมแล้วการลดราคาไม่ใช่ปัญหาหลัก ปกติถ้าเห็นถูกใจก็มักจะซื้อไว้ก่อนเลยดีกว่า ถ้าจะเก็บเอาไว้ซื้อคราวหน้ามันก็เปลืองน้ำมัน/เปลืองเวลาเปล่าๆ

แต่ลดราคาอย่างเดียวมันก็ไม่ได้นะ... ต้องดูบริการร้านด้วย อีไดองชอบร้านที่ห่อปกให้ อย่างในงานหนังสือมันจะไม่ห่อให้ใช่ไหมล่ะ (เรื่องมากจริงเรา -"-) ก็นะ เป็นคนไม่ได้หยิบจับรักษาหนังสือขนาดนั้น มีปกป้องกันไว้ดีกว่า(ฮา)

4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น?

ถ้าไม่อ่านแถกของคุณคนนี้มาก่อน ข้าน้อยก็คิดว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่หรอกขอรับที่เขาจะตั้งราคาเผื่อลด

แต่ในเมื่อสนพ.ต้องจ่ายให้สายส่งและร้านหนังสือตั้ง70% ส่วนในงานมหกรรมสนพ.เอามาวางขายโดยไม่ต้องจ่าย70%ที่ว่า ก็ต้องลดราคาได้เยอะเป็นของธรรมดา... เพราะฉะนั้น"ราคาที่สมเหตุสมผล"น่ะหาซื้อได้ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้นจริงๆน่ะเหรอ?

ยังไงก็ตาม... จะเห็นเป็นประจำว่าหนังสือที่ขายดีจะลดน้อยกว่าหนังสือที่ขายไม่ค่อยได้ ก็เป็นของธรรมดาอยู่แล้ว หลายๆคนก็คงจะคิดเหมือนกันนั่นล่ะว่าถ้าอยากได้หนังสือจริงถึงจะลดแค่ไม่เท่าไรก็ซื้อแน่นอนอยู่แล้ว

=w=" จบแระ... ใครจะรับไปทำบอกได้ฮร่ะ ข้าน้อยจะตามไปอ่าน อันนี้ไม่ต้องตกใจนะ ตอบซะยาวไปงั้นเอง ไม่ได้บังคับให้ตอบยาวขอรับ ฮ่าๆๆ >w<"

edit @ 31 Oct 2007 14:36:25 by Daiongmyoji Sirius [ไดองเมียวจิ ซิริอุส]

edit @ 31 Oct 2007 15:00:10 by Daiongmyoji Sirius [ไดองเมียวจิ ซิริอุส]

edit @ 2 Nov 2007 14:58:17 by Daiongmyoji Sirius [ไดองเมียวจิ ซิริอุส]

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ตามมาอ่านการบ้านจ้ะ ^^
#1  by  mookie' At 2007-10-31 15:53, 
ไดอ๊งงงงงงงงงงงงงงง
เลือดหมดตัวแล้ววววว
#2  by  yukachan : I❤10051 At 2007-10-31 15:59, 
จ้ะเอ๋~~~!!!

ไดจางงง เหอๆ

หัวข้อชวนคิดมาอีกแล้ว...แต่มันก็นะ...เหอๆ

และสองภาพนั้นช่างกระชากใจข้านัก กร้ากกก โดน!!

(อาจจะ)รับทำแท๊คนะจ๊ะ ^ ^ ว่างๆไปเยี่ยมบล๊อคโจมั้งนะ
#4  by  [Joey]I'm the tutor home Reborn At 2007-10-31 19:30, 
ไม่ได้มาเยี่ยมท่านไดตั้งนานแนะ
ฝีมือยังงามอยู่เลย สวยยยย...
วาดมาให้ดูอีกนะ น้า~
#5  by  เซจัง~ At 2007-10-31 19:58, 
รูปยังงามเหมือนเดิมเลยค่ะ ^^
#6  by  MiSa At 2007-10-31 20:04, 
รูปยังงามเหมือนเดิมเลยค่ะ ^^
#7  by  MiSa At 2007-10-31 20:04, 
เอิ้กๆ หนังสือลดก็ต้องการคนซื้ออยู่แล้วล่ะเนอะ...
ดูสิ งานหนังสือฯ ลดกระหน่ำแล้วยังขายได้ แสดงว่ายังไงซะก็ยังกำไรอยู่สินะbig smile
อา! ภาพงาม...พลิกเคะกลายเป็นเมะ..น่าสนจริงๆซิครับ...
อย่างเช่น...พลิกลุงคุฟฟ์มาเป็นเคะ...จะสนุกไหมนะ..(แอบพาดพิง..ฮา~~!!)
#8  by  โซลจี้~ แมวม่วงๆ At 2007-10-31 20:49, 
โฮกกกกกกกกกกกกก..

ปีนี้ไม่ได้ไปงานหนังสือ
#9  by  新くま†【真紅】...♬ At 2007-10-31 22:25, 
ตามมาอ่านแท็ก.. แล้วได้ของแถมที่ทำเอาเลือดหมดตัวไปด้วยซะงั้น ,,>w<,,

สำหรับเรา.. (นอกจากไอ้ที่พล่ามๆ ไว้ในบล็อกแล้วน่ะนะ) ลืมพูดถึงเรื่องพบนักเขียนไป... อืมม งานหนังสือเป็นโอกาสดีที่ได้พบนักเขียนจริงๆ นั่นล่ะ เราเองก็มีโทรให้พี่ปัน (พัณณิดา) มาเซ็นหนังสือให้เหมือนกัน...
แต่ (อันนี้ก๊อปมาจากบล็อกพี่หมี - คนที่แท็กเรา) เคยมีปีนึงที่ไปเดินงาน แล้วหยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาดู แล้วพี่คนขายแบบว่า เชียร์สุดๆ ว่าตอนนี้คนเขียนอยู่ด้วยนะคะ บลาๆๆ ก็เลยตอบกลับไปว่า จริงๆ แล้วจะซื้อหนังสือ ไม่เกี่ยวกับคนเขียนอยู่เซ็นหรือไม่เซ็นหรอกนะคะ แต่ถ้าสนใจก็จะซื้ออยู่ดีแหละค่ะ (แรงไปมั๊ยเนี่ยเรา ^^") เสร็จแล้วก็ซื้อเรื่องนั้นมาอยู่ดี...
เพราะงั้นสำหรับเราแล้ว การที่คนเขียนจะอยู่รึไม่ ไม่สำคัญนะ ยกเว้นว่าเป็นนักเขียนที่กรี๊ดกร๊าดมาตั้งแต่แรกแล้ว อันนี้คงต้องขอเจอหน่อยล่ะ ^^ พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่ใช่นักเขียนที่รู้จักอยู่ก่อนแล้วล่ะก็ ชื่อนักเขียนไม่ได้เป็นหัวข้อในการตัดสินใจซื้อหนังสือสำหรับเราอ่ะจ้ะ

<< Home


ไดองเมียวจิ ซิริอุส
View full profile