....ใกล้สอบ(อีกรอบ สอบNCEAครับครั้งนี้)แล้วล่ะ เฮ่ออออ = ="
TwT" เอาแฟนอาร์ทไคจังมาแปะก่อนแล้วกันนะก๊ะ....
แฟนอาร์ทHBDเหล่าเพื่อนๆเอ็กซ์ทีน... ฮือออ อีไดองจะเจียดเวลามาทำให้นะฮระ (ออกมากลายเป็นวายไม่ว่ากันเนอะ?) คือว่าพอเริ่มต้นวาดความวายมันเข้าครอบงำ เลยเริ่มวาดวายก่อนทุกทีไป -"-
=/l\=" fanart HBD Kai-Chan........จะถูกฆ่าไหมเล่าเนี่ย??? 55555555+
55555+ = ="" อาจถูกตบ.. ^^" รูปนี้วาดก่อนที่จะบ้าคู่นี้นะ
เออ ใช่ สารภาพก็ได้ คือตอนนี้อีไดองกำลังบ้าYuTakaอยู่ฮระ XD 5555555+ (Yutaka + Takanori = YuTaka <3) หรือ......= = เอ้า รู้ๆกันเลยละกันนะ ไคกี้นั่นล่ะ
เอาล่ะๆ เรามีคำอธิบายขอรับทุกท่าน (ทุกคน/ไม่ต้องการเฟ่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!)
อธิบายสั้นๆพอแล้วกัน อีไดองอยู่สายKS(Kawaii Seme)มาได้พักนึงแล้วแหละนะ ถ้าพูดถึงตอนที่ชอบจริงๆจังๆก็ปีกว่านู่น(ต้นเหตุที่แท้สาวกดีเกรย์ที่รู้จักข้าน้อยคงเข้าใจ....ทุกครั้งที่เห็น"เลนเคะ"เนี่ยสุดจะแสลงใจขัดตา..)
เรื่องของเรื่องสาวกเคะดื้อ/หยิ่ง/เงียบ/เอาแต่ใจ/แรดอย่างข้าน้อย แน่นอนว่าไม่ได้ประทับใจเคะน่ารัก/ใสซื่อบริสุทธิ์อินโนเซนต์/สดใสร่าเริง/กวนๆ/สุภาพ/อ่อนโยนเป็นพิเศษ แต่ถ้าลองพลิกเคะแบบนั้นขึ้นมาเป็นเมะทีไรเนี่ยจะชอบทุกรายเลย
ตอนมารู้จักไคจังใหม่ๆ ก็ว่าน่าร๊ากกกกกก ตอนนั้นยังแอบคิดว่าจะผ่านเกณฑ์KSหรือไม่ ตอนนั้นยังแอบนึกว่า..ท่าจะไม่ผ่านเพราะนู๋ไคเค้าเค๊~เคะเสียขนาดน้านนน อีกอย่างคือถูกใจอุ๊ไค บิไคด้วยล่ะ
แล้วไปๆมาๆฟ้า(หรือนรก?)ก็ดลบันดาลใจให้ข้าน้อยเริ่มจะจิ้นไคกี้ขึ้นมา ตอนแรกก็นั่งคิดๆฮร่ะว่าถ้าไคจังเป็นแบบนี้... กีกี้มันก็คงจะ..บลาๆ (จิ้นไปก็เหมือนไซโคตัวเอง อาการเฉพาะตอนไม่มีคู่ที่ว่าให้อ่าน อาการเดียวกับช่วงชอบอุ๊ไค ไม่ค่อยมีให้อ่าน จิ้นเอง ไซโคตัวเอง)
พอเริ่มจิ้น ก็เริ่มอยากแต่งฟิกเจือๆคู่นี้ขึ้นมาล่ะ เริ่มเขียนด้วยซ้ำแต่อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าคอมฯเจ้ากรรมต้องเอาไปซ่อมอะไรๆมันก็เลยชวดไปหมด อาการช่วงนั้นอยากอ่านอุ๊เรย์เรย์อุ๊ เรย์กี้ ไคกี้ดูอย่างเดียวเพราะคู่อื่นอ่านมาแล้ว ชอบอ่านอะไรใหม่(พวกขี้เบื่อ... ยกเว้นในกรณีOTP(One True Pair)อย่างเรย์กี้มัน) จิ้มๆเรย์อุ๊อุ๊เรย์ดูแถวๆLJก็ว่ามันเรทดี แถมน่ารักดีอีกต่ะหาก มีเศร้าๆเจือๆประสาเพื่อนรักเพื่อนเอ็งไม่รักตรูกลับ..อะไรประมาณนี้ ไปเรื่อยๆก็เลยเออน่า จิ้มไคกี้ดูสักหน่อยแล้วกัน จิ้มอ่านเรื่องแรก..สองเรื่อง....ชักจะชอบคู่นี้มันขึ้นมาแล้วจริง..
สามเรื่อง...ก็เริ่มจะกู่ไม่กลับ กลัวๆว่าจะกลับมาอ่านไคเคะไม่ได้ เลยจิ้มกี้ไคมาอ่านก็ยังพอทน ยิ่งจิ้มอ่านต่อไปอีกสักเรื่องนึง(ที่สารภาพว่าอีไดองแอบลืมดูGenreว่ามันAngst แล้วลืมดูWarningว่ามันcharacter death).......เลยกลายเป็นว่าอ่านเรื่องนั้นก็ได้เก็บตกความโศกจนครบสรรพประเภทที่อีไดองชอบเป็นอันเรียบร้อยเลย
แล้วเจ้ากรรม.....เพิ่งรู้ว่าฟิกไคกี้มันจะมีเรย์อุ๊เป็นคู่ประกอบ
เข้าทางไซโคข้าน้อยโดยสมบูรณ์เล้ยยยยยยยยยย =/l\="
^w^"" มีใครจะช่วยฉุดข้าน้อยกลับมาได้บ้างรึเปล่าเนี่ยยยยย
anyway~ ภาพมันยังไม่หมดเหอะ... เพ้อไปเพ้อมาประสาอะไรเนี่ย คลอดออกมาอีกรูป - -
สรุปคู่นี้มันKawaii Seme X Dominating Ukeอย่างแรงงงง
_ _" พอ จบๆไปก่อนเถอะ มาดูอะไรมีสาระสักหน่อยดีกว่า
^^" ได้แถกมาอีกแถกนึงแล้วค่ะ แต่เดิมเห็นจากบล็อกคุณvendetta ก็คิดว่าน่าสนใจอยู่ใช่ย่อย แล้วก็ได้รับมาจริงๆจากคุณพี่มุก ก็เลยว่าจะทำจริงๆมันซะเลยขอรับ ^^
TT TT อันที่จริงแล้วงานนี้ข้าน้อยไม่ได้ไปหรอกอ่ะ แต่เอ้อ ไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไร ใช่ว่าจะไม่เคยไปสักหน่อย..
1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ?
คิดว่าเหมือนเป็นงานรวมหนังสือแห่งชาตินั่นล่ะขอรับ ฮา เหมือนกับว่าสำนักพิมพ์ทั้งหมดขุดผลงานออกมาขายเสียให้หมด เป็นที่ๆรวมหนังสือทุกประเภทจากหลายๆสำนักพิมพ์...ความรู้สึกมันเป็นอย่างนั้นขอรับ นั่นคือเหตุผลหลักเลยที่ผุดขึ้นมาในหัวนะ คือร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุด
หนังสือมันลดราคาก็เลยรู้สึกว่าต้องเอาโอกาสนี้ไปซื้อหนังสือ(อีกรอบ) อีกอย่างก็คือเป็นโอกาสดีที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย หนังสือมันมีากมายก่ายกองหลายประเภทนักหนา ฉะนั้นหากมีเพื่อนที่อ่านหนังสือ(หรือการ์ตูน)บ้างล่ะก็ชวนกันไปได้ แล้วก็ซื้อแหลกอะไรแบบนี้ มีโอกาสที่จะคว้าเอาหนังสือที่ตามหาซื้อที่ร้านหนังสือไม่ได้ด้วย(เหมือนเทศกาลเก็บตก ฮา) นอกจากนั้นก็ใช่ว่าจะซื้อแต่เล่มที่คิดไว้ว่าจะซื้อ บางครั้งเจออะไรน่าสนใจในงานก็หยิบๆมาด้วย
งานหนังสือน่ะยังมีหนังสือมือสองเก่าๆมาขายด้วยนะ อันนั้นก็จะลดราคาลงไปอีก พ่อข้าน้อยก็ไปซื้อมาบ้างเมื่อคราวนู้นที่ไปด้วยกัน ก็อาจจะมีหนังสือค่อนข้างเก่าหายากในร้านหนังสือทั่วๆไป
พูดง่ายๆ งานลดราคาหนังสือ = โอกาสทองที่จะเหมาซื้อหนังสือ
เมื่อได้ตามไปอ่านถึงบทความนี้ก็คิดว่าหากงานมหากรรมหนังสือ"กำลังส่งเสริมวัฒนธรรมที่มักง่าย"จริง การเอางานมหกรรมหนังสือออกไปก็เท่ากับตัดการ"ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้เข้มแข็ง และช่วยปลูกฝังการรักการอ่าน"เหมือนกันนั่นล่ะ ฉะนั้น สำนักพิมพ์ผีเสื้อก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรที่ชวนให้นักอ่านเสียความรู้สึกแบบนี้ให้เห็นหรอกค่ะ = =a เพราะโดยปกติหา่กใครอยากอ่านจริง กะอีแค่จ่ายเพิ่มแค่10-30%ไม่มีใครเขาสนใจมากนักหรอก(แม้ช่วงนี้เงินบาทมันจะแข็งตัวก็เถอะ แต่แหม... หนังสือดีๆสองเล่ม ถ้าอยากซื้อจริงก็ไม่ตายหรอกถ้าท่านไม่เอามาลดในงานหนังสือน่ะ)
ถึงงั้นข้าน้อยก็ชอบสำนักพิมพ์ผีเสื้อนะ.... (จำได้ว่าเคยอ่านเจอในเล่มหนังสือของเขาว่าถ้าพบข้อผิดพลาดของหนังสือทางกายภาพก็แจ้งได้ จะรับผิดชอบเต็มที่ บลาๆๆ) เท่าที่เคยอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้มาไม่เคยเจอคำสะกดผิดหรือมีข้อผิดพลาดอะไรชวนหงุดหงิดแบบหนังสือแฟนตาซีที่เห็นกันเกลื่อนร้านในสมัยนี้ - -* (เขาเรียกว่าEditorปล่อยออกมาได้อย่างไม่น่าให้อภัย - -")
ส่วนในเรื่องของ"สถานการณ์ตอนนี้เหมือนร้านโชห่วยกับซุปเปอร์สโตร์ที่มีบรรยากาศเหมือนตลาดนัด คนแย่งกันซื้อของราคาถูก" ....คือถ้าหากบ้านเรามีเทศกาลขายเสื้อผ้าแห่งชาติ(?)ขึ้นมา ทุกคนก็ต้องแห่ไปเหมือนกันนั่นล่ะ ทั้งคนที่เป็นหนอนหนักสือ และคนที่ซื้อหนังสือนานๆครั้ง หรือคนที่อยากไปลองชมดูหนังสือหลากหลายในงาน ก็เพราะว่ามันสะดวกนี่นา ตามปกติที่เดินซื้อหนังสือบางทีอาจจะมีเล่มที่เราต้องการบ้าง ไม่มีบ้าง แต่ว่าไงๆในงานมหกรรมมันก็มีหนังสือส่วนใหญ่ที่เราต้องการอยู่แน่ๆ (ในร้านหนังสือบรรยากาศมันก็ดีอยู่จริงๆ) สำหรับหลายๆคนจึงกลายเป็นงานที่ต้องไปไม่งั้นเสียดายแย่...แน่นอนว่างานนี้ก็ไม่มีแค่คนในกรุงเทพฯแน่ๆ ก็ต้องมีคนจากต่างจังหวัดเดินทางมาด้วยนั่นแหละ คนมันก็ต้องเยอะเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
อ้อ อีกเรื่องนึงแอบสำคัญ! คือเห็นด้วยที่พี่มุกพูดแหละ >w< มันเป็นโอกาสทองที่จะได้เจอนักเขียนด้วยนะ~! >___< ให้เขาเซ็นลายเซ็นให้อะไรแบบนี้ ความสุขเล็กๆน้อยๆ(ที่อีไดองจะมานึกขึ้นได้ก็หลังจากตอนที่หอบหนังสือพะรุงพะรังจนนักเขียนบางคนเขากลับบ้านไปแล้ว - -)
สรุปโดยรวม งานมหกรรมหนังสือสำหรับเราก็เหมือนงานฉลอง ประมาณนั้นเลย
2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่?
เอิ่ม.... เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้(สำหรับข้าน้อย)หรอก - -""
ถ้ารอซื้อหนังสือปีละสองครั้งไม่ต้องแขนหักแบกหนังสือกลับบ้านตายเหรอ -"- หนังสือมันอัพเดทอยู่เรื่อยๆก็ต้องไปซื้อเป็นธรรมดา
เมื่อก่อนจะอ่านหนังสือมากกว่านี้(เยอะ)นะ ในช่วงนี้ดองไปหน่อย ซื้อมาเก็บไว้ขึ้นหิ้ง แต่ถึงหมู่นี้จะอ่านน้อยลง(ไม่รู้ว่าเพราะงานบวกกับเอาเวลาว่างมาเล่นเน็ตมากขึ้นรึเปล่า)แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุดอ่าน = ซื้อหนังสืออยู่เรื่อยๆที่ว่างและเข้าร้านหนังสือแทบทุกครั้งที่ได้ออกไปข้างนอกแหละ 55555+
เอ้า คิดดูเอาละกัน ซื้อหนังสือปีละสองครั้งนี่มัน 2/365เชียวนะ!!!!!!!!!!!!! มีเวลาตั้ง365วันแต่ซื้อหนังสือแค่สองครั้ง เรื่องพรรค์นี้...อย่างน้อยก็เราคนนึงนี่ล่ะ ที่มันเป็นไปไม่ได้เลย
3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม?
โอ่ะ มีค่ะมีแน่ (ถึงไงก็ชอบประหยัด...หรืออย่างที่ถูกกล่าวหาบ่อยๆว่างก)
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีบัตรสมาชิกแล้ว (เมื่อก่อนมีร้านซีเอ็ด นายอินทร์ ดอกหญ้า สมัครไปหมดแทบทุกร้านที่ขวางหน้า) เพราะพอไปเมืองนอก กลับมาบัตรก็หมดอายุบ้าง หรือไม่กลับมาก็ซื้อหนังสือไม่คุ้มกับที่เป็นสมาชิกไว้ ก็เลยไม่ได้เป็นแล้ว (แต่คุ้นๆว่ายังเป็นของนายอินทร์อยู่นะ) แน่นอนว่าคนเราต้องเลือกซื้อในร้านที่ถูกกว่า ฉะนั้นถ้าไปพารากอนก็อาจจะเข้าร้านนายอินทร์(เพื่อได้ส่วนลดสมาชิก)ก่อน แล้วค่อยไป kinokuniya ทีหลัง
แต่โดยรวมแล้วการลดราคาไม่ใช่ปัญหาหลัก ปกติถ้าเห็นถูกใจก็มักจะซื้อไว้ก่อนเลยดีกว่า ถ้าจะเก็บเอาไว้ซื้อคราวหน้ามันก็เปลืองน้ำมัน/เปลืองเวลาเปล่าๆ
แต่ลดราคาอย่างเดียวมันก็ไม่ได้นะ... ต้องดูบริการร้านด้วย อีไดองชอบร้านที่ห่อปกให้ อย่างในงานหนังสือมันจะไม่ห่อให้ใช่ไหมล่ะ (เรื่องมากจริงเรา -"-) ก็นะ เป็นคนไม่ได้หยิบจับรักษาหนังสือขนาดนั้น มีปกป้องกันไว้ดีกว่า(ฮา)
4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น?
ถ้าไม่อ่านแถกของคุณคนนี้มาก่อน ข้าน้อยก็คิดว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่หรอกขอรับที่เขาจะตั้งราคาเผื่อลด
แต่ในเมื่อสนพ.ต้องจ่ายให้สายส่งและร้านหนังสือตั้ง70% ส่วนในงานมหกรรมสนพ.เอามาวางขายโดยไม่ต้องจ่าย70%ที่ว่า ก็ต้องลดราคาได้เยอะเป็นของธรรมดา... เพราะฉะนั้น"ราคาที่สมเหตุสมผล"น่ะหาซื้อได้ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้นจริงๆน่ะเหรอ?
ยังไงก็ตาม... จะเห็นเป็นประจำว่าหนังสือที่ขายดีจะลดน้อยกว่าหนังสือที่ขายไม่ค่อยได้ ก็เป็นของธรรมดาอยู่แล้ว หลายๆคนก็คงจะคิดเหมือนกันนั่นล่ะว่าถ้าอยากได้หนังสือจริงถึงจะลดแค่ไม่เท่าไรก็ซื้อแน่นอนอยู่แล้ว
=w=" จบแระ... ใครจะรับไปทำบอกได้ฮร่ะ ข้าน้อยจะตามไปอ่าน อันนี้ไม่ต้องตกใจนะ ตอบซะยาวไปงั้นเอง ไม่ได้บังคับให้ตอบยาวขอรับ ฮ่าๆๆ >w<"
edit @ 31 Oct 2007 14:36:25 by Daiongmyoji Sirius [ไดองเมียวจิ ซิริอุส]
edit @ 31 Oct 2007 15:00:10 by Daiongmyoji Sirius [ไดองเมียวจิ ซิริอุส]
edit @ 2 Nov 2007 14:58:17 by Daiongmyoji Sirius [ไดองเมียวจิ ซิริอุส]