Daiong [ไดอง] View my profile

[Fic แปล] Sand Dollar (Part 1) [House, M.D.]

posted on 13 May 2012 04:32 by daiong  in Film-TV, Writing

TITLE: Sand Dollar (Part 1) 

ORIGINAL SOURCE: http://californiaquail.livejournal.com/75569.html 

AUTHOR: californiaquail 

TRANSLATOR: Daiong [ไดอง] 

TRANSLATION BETA-READER: Blue Cat  

PAIRING: House/Wilson friendship และ(ออกแนว) pre-slash House/Chase friendship

RATING: M อ้างอิงถึงความรุนแรงและการร่วมเพศโดยไม่สมยอม แต่ไม่ดาร์กมาก

WARNING: มี season 4 & 5 spoilers นิดหน่อย ออกจะแตกต่างจากทุกเรื่องที่จขฟช.เคยเขียนมา

SUMMARY: เป็นเรื่อง AU ที่เกิดขึ้นหลัง ep.5x01 Dying Changes Everything ในภาษาอังกฤษมีเป็น one-shot ความยาว 9000 คำ เป็นตอนต่อของ drabbles สองเรื่อง Undone & Dead  เรื่องร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้นระหว่าง House กับ Wilson – พวกเขาเลือกที่จะใช้วิธีผิดแปลกจากวิธีทั่ว ๆ ไปเพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์  Musical selections ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก trenchcoatedson ที่ไรท์ CD อันยอดเยี่ยมให้จขฟช. ซึ่งปัจจุบันจขฟช.ฟังจนแผ่นดูเก่าเต็มทีแล้วค่า

TRANSLATOR'S NOTES:

- LJ ของคุณจขฟช.เป็นแบบ Friends Only น่ะค่ะ ต้องเป็น friends กันทาง LJ จึงจะเข้าไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษได้

- เนื่องจาก Sand Dollar ยาวมาก แปลไปแปลมาจนถึงราว ๆ 5000 คำก็ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งได้ เลยตัดสินใจหั่นเป็นสองตอน เอาราว ๆ 4000 คำแรกมาให้อ่านกันก่อน

- Sand Dollar เป็นหนึ่งในฟิกในดวงใจอันดับต้นๆของจขบ.เลยค่ะ เมื่อไม่นานมานี้ไปเจอ fanvid อันนี้มา ทำให้รู้สึกอินยิ่งนัก 55 หากแปลติดขัด/ผิดพลาดประการใดบอกได้นะคะ และขออภัยล่วงหน้าค่ะ

 

_____

 

 

 

Sand Dollar

 

"Oh what a beautiful view, if you were never aware of what was around you."

(โอ้ ช่างเป็นทิวทัศน์ที่สวยอะไรเช่นนี้ หากเธอไม่เคยตระหนักถึงสิ่งที่อยู่รอบกาย)

 

เชสยังไม่ได้คุยกับวิลสันหรือพยายามติดต่อเขา ไม่ใช่ว่าไม่อยาก เขาอยาก อันที่จริงเขาอยากจะไปถีบวิลสันให้สาสม แต่ถ้าเฮาส์เกิดอยากร้องเรียนสิ่งใดทางกฎหมายขึ้นมา เขาก็ไม่อยากจะเกี่ยวเนื่องกับข้อขัดแย้งใดที่อาจเป็นภัยต่อความสำเร็จของการร้องเรียน

 

แม้เชสจะไม่รู้แน่ชัด—เพราะที่แน่ ๆ เขาจะไม่ถาม—เขาข้องใจว่าปฏิกิริยาของเฮาส์ที่มีต่อประสบการณ์แสนลำบากนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นได้เฉพาะกับคนที่มักคุ้นกับความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว

 

เขาแวะมาทุกวันหลังเลิกงาน มักจะพบเฮาส์อยู่ที่จุดจุดเดิม  พัวพันอยู่ในชุดนอนกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งเขาปฏิเสธไม่ให้ใครเปลี่ยน เขาไม่อาจถูกเกลี้ยกล่อมให้ออกจากอพาตเมนต์ได้ ไม่ว่าจะถูกล่อด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มอันใดที่เชสพยายามเสนอให้ในเวลาไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา เฮาส์เสี่ยงที่จะจากห้องของเขาไปเข้าห้องน้ำ และอาบน้ำนาน ๆ ครั้ง และเอา Pop Tarts กับขวดน้ำมาเปลี่ยนใหม่ที่ลิ้นชักหัวเตียง

 

เชสเพียงแค่แวะมาเพราะเขายังกังวลว่าเฮาส์จะทำร้ายตัวเอง บางทีเฮาส์อาจจะจงใจทานยา midazolam ที่เขามีไว้สำหรับอาการนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวลมากเกินไปไม่กี่เม็ด และหยุดหายใจระหว่างที่เขากำลังหลับอยู่ จิตแพทย์ของเฮาส์—หรืออย่างน้อยก็จิตแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขา ด้วยพวกเขายังไม่เคยนั่งคุยกันเลย—บอกว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่เฮาส์จะทำอะไรแบบนั้น การฆ่าตัวตายหรือการนำอันตรายมาสู่ตนมักจะมาจากความตั้งใจและแรงกระตุ้น แล้วปัจจุบันเฮาส์ก็ไม่มีทั้งสองอย่าง

 

_____

 

"While you debate half empty or half full, it slowly rises. Your love is going to drown."

(ระหว่างที่คุณกำลังโต้แย้งกันอยู่ว่ามันว่างครึ่งหนึ่งหรือเต็มครึ่งหนึ่ง น้ำก็ขึ้นสูงอย่างช้า ๆ  ความรักของคุณกำลังจะจมลง)

 

วิลสันอ้าขาและโน้มกายเข้าหาคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ไร้แขนที่มีหัวต่อหมุนได้กำลังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดขณะที่มันปรับรับแรงน้ำหนัก มือซ้ายของเขากำลังเลื่อนเมาส์ให้เข้าที่ มือขวาของเขาสอดเข้าไปในกางเกง และลูบนวดอวัยวะกลางลำตัวอย่างไร้ผล

 

แท้จริงแล้วเขากำลังทรมานตัวเองอยู่ ด้วยการดูหนังที่เขากับแอมเบอร์ถ่ายด้วยกันเช่นนี้ เขาไม่เคยดูมันตั้งแต่เธอตายไป แต่มันก็เคยถูกถ่ายไว้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เขาไม่เต็มใจแม้แต่จะเปิดเสียง เนื่องด้วยความกลัวว่าเขาจะไม่อาจห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ได้ เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะทนฟังเสียงของเธอตอนนี้ได้หรือไม่ หรือจะทำได้อีกต่อไปหรือเปล่า เพียงแค่จะมองริมฝีปากของเธอขยับบนหน้าจอก็ยากพอแล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็ผ่านมาสามอาทิตย์ครึ่งตั้งแต่มันเกิดขึ้นแล้ว เขาเปิดรับหนังโป๊ทุกระดับ และด้วยเหตุผลใดก็ตาม เขาก็ยังไม่อาจปลุกอารมณ์ให้นานพอที่จะทำอะไรกับมันได้

 

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เขาจ้องมองรูปดิสเพลย์บนมือถือตน ดูตัวเลขแสนคุ้นเคยเรียงตัวกัน สิ่งเดียวที่เขาต้องทำก็คือกด Send  แล้วเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็จะได้ค้นพบให้แน่ใจ ว่าเฮาส์เป็นอย่างไรบ้าง เขาอยากจะรู้จริง ๆ  ทว่าเขาก็ทำไม่ได้ ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เขาไม่อาจฟังเสียงของแอมเบอร์ได้ เขาหวาดกลัวว่าเขาจะไม่อาจห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ได้

 

เขาไม่แน่ใจว่าการไร้สมรรถภาพทางเพศเป็นเพราะเหตุทางสรีระหรือไม่ หรือมีเพียงแค่พื้นฐานมาจากความเป็นจริงที่เขาขยะแขยงตัวเองถึงขีดสุด หรือบางทีพระเจ้าอาจกำลังลงโทษเขาอยู่ วิลสันไม่เคยจู่โจมทำร้ายใครมาก่อนในชีวิต อย่างน้อยก็ไม่ใช่ระดับที่จะทำให้เกิดบาดแผล และที่แน่ ๆ เขาไม่เคยบังคับขืนใจใครมาก่อน ถึงภรรยาของเขามักจะพูดว่าไม่ใช่วันนี้ ฉันปวดหัว เขาก็พึงพอใจที่จะหลบเข้าห้องอาบน้ำและเสร็จกิจสักครั้ง หรือไม่ก็หาความพึงพอใจจากที่อื่น และในขณะที่นั่นหาใช่เรื่องที่ดีกว่าสักเท่าไร—หากจะพูดกันในเชิงศีลธรรม—มันก็มักจะเกิดขึ้นไปเอง มันไม่ได้รับการไตร่ตรองล่วงหน้า ฉะนั้นเขาอยากจะเชื่อว่าเขาไม่ได้ไปที่อพาตเมนต์ของเฮาส์ในคืนนั้น วางแผนที่จะทำร้ายเขา และเขาไม่ได้วางแผนที่จะข่มขืนเฮาส์อย่างแน่นอน

 

ก่อนหน้านั้นเขาดื่มเหล้ามา แน่ล่ะ ดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่มีผลทางลบในชีวิตของเขาจะเริ่มต้นจากแอลกอฮอล์ เขาตั้งทฤษฎีขึ้นในหัวตรงจุดไหนสักแห่งระหว่างเบียร์ขวดที่หนึ่งกับเหล้าวิสกี้ช็อตที่สองและสาม ว่าเฮาส์ไม่ได้จับจุดแนวคิดแห่งการสูญเสีย วิลสันนึกอธิบายด้วยเหตุผล ตรวจผ่านรายละเอียดเอกสารการแพทย์ของแอมเบอร์ เขารู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเฮาส์ – ไม่เชิง ตามหลักแล้วไม่ใช่ กระนั้นในขณะเดียวกัน มันก็เป็น

 

เฮาส์ไม่ได้ดูเหมือนจะเข้าใจ ไม่ว่าเขาจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม การกระทำของเขาส่งผลให้เกิดความเสียหายเกินเยียวยากับชีวิตผู้อื่น สิ่งหนึ่งถูกพรากไปจากวิลสัน สิ่งที่คำขอโทษพันครั้งก็ไม่อาจนำมันคืนมาได้ มันไม่ยุติธรรม มันต้องมีการยื่นหมูยื่นแมว การแลกเปลี่ยนที่จะช่วยฟื้นฟูความสมดุลให้

 

เมาแล้วขับเป็นความคิดที่แย่ แต่ความคิดของวิลสันก็ไม่ได้อยู่คงที่สักเท่าไรตั้งแต่แอมเบอร์เสียชีวิต สมองของเขายิ่งอัดแน่นยุ่งเหยิงกว่าเดิมตั้งแต่ที่เขาออกจากงานที่ PPTH  บางทีเขาน่าจะนึกพิจารณาเสียบ้าง น่าจะรู้ว่าอยู่บ้านดีกว่า หรือไม่ก็รอจนกว่าจะสร่างเมา  แต่ด้วยความที่อพาตเมนต์ของเฮาส์ห่างไปเพียงสามไมล์ เขาบอกตัวเองว่าหากเขาโดนตำรวจหยุด เขาก็อ้างได้ว่ามันเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์

 

วิลสันอยากจะคิดว่าเหตุผลเดียวที่ทุกอย่างไปไกลนัก ก็เพราะสีหน้าของเฮาส์ ตอนที่เขาเปิดประตูเห็นวิลสันยืนอยู่ที่นั่น เขาดูดีใจ หรืออย่างน้อยก็พอใจ หรือบางทีอาจจะดูโล่งใจเสียมากกว่า วิลสันจำไม่ได้ว่าเขาเอ่ยปากขอก่อนจะก้าวเข้าไปหรือเปล่า หรือเขาเข้าไปในบ้านเลย

 

มีพวกคำพูดที่ระดมยิงไปมาในสังคมของคนดี ซึ่งสำหรับคนทั่วไปจะเป็นเรื่องปกติโดยแท้  แต่การที่มันมาจากเฮาส์ กลับฟังเสมือนคำดูถูกอย่างอธิบายไม่ได้ ราวกับเฮาส์กำลังพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือบางทีก็แค่ลบล้างให้มันเป็นกลาง ราวกับเฮาส์กำลังกลัวก่อนที่จะมีเหตุให้กลัว แล้วมันก็มีการส่อถึงความเชื่อมั่นในตัวเอง – ถึงการสันนิษฐาน เฮาส์พูดอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เขาควรจะรู้ดีกว่านี้ก่อนพูด แล้วในตอนนั้น มันก็ดูสมเหตุสมผลอย่างที่สุดที่จะตบเขา

 

ส่วนที่เหลือ นั่นน่ะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย  เช้าวันต่อมา วิลสันตื่นขึ้นบนพื้นห้องอาบน้ำ เขานึกไม่ออกในทันทีว่าเขามาอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ข้าง ๆ เขามีกองอาเจียนอยู่ เขาถอดเสื้อผ้าและคลานเข้าไปในห้องอาบน้ำ แล้วจึงสังเกตเห็นก้อนเลือดแห้ง ๆ และน้ำกามเกรอะกรัง

 

แล้วเขาก็ขยับไหวมือของตน ล้างมันกับน้ำและตระหนักว่าข้อนิ้วของเขาบวม เขาจำได้ว่าเขาใช้มันระดมชกที่หน้าเฮาส์ เขาได้หลงเชื่อว่าเป็นเพราะตัวเขารู้สึกด้านชา เฮาส์ก็ต้องเป็นเหมือนกัน เขาเพียงแต่ตีแรงขึ้น และแรงขึ้น ต้องการอย่างเหลือประมาณให้เฮาส์รู้สึกบางอย่างบ้าง บางทีเฮาส์อาจจะมีเลือดไหล แต่เขาก็มิได้สู้กลับ วิลสันรู้ว่าหากเขาทำให้เฮาส์เจ็บจริง ๆ ล่ะก็ เขาจะสู้กลับเอง

 

_____

 

"Another head aches. Another heart breaks. I am so much older than I can take."

(ปวดหัวอีกครั้ง ปวดใจอีกครา ฉันแก่เกินกว่าที่จะทนรับไหวแล้ว)

 

ครั้นวิลสันแสดงตัวที่สถานีตำรวจ เขาก็โดนมองเหมือนคนเป็นบ้า ซึ่งทำให้เขาเริ่มคิดว่าเขาอาจจะเป็นก็ได้ สุดท้ายเขาก็พยายามอธิบายความตั้งใจของเขาให้คนหน้าบอกบุญไม่รับที่โต๊ะทำงานสองคน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตัวจริงจะมาพูดกับเขา หลังจากสารภาพความผิดอาญาร้ายแรง—แล้วจะเรียกเผยวิญญาณให้คนแปลกหน้าเห็นก็ว่าได้—เขาก็ค้นพบว่าไม่มีบันทึกหรือคำฟ้องร้องใด ๆ  ในขณะที่พวกเขาสรรเสริญเจตนาที่ยินยอมจะแสดงตัวของวิลสัน พวกเขาก็ไม่อาจดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ ได้ โดยไม่มีส่วนร่วมของผู้ถูกทำร้าย 

 

อีกเพียงครึ่งทางเขาก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เมื่อนั้นเองความเป็นจริงในสิ่งที่เขาทำลงไปโถมเข้าใส่เขาในที่สุด เขาตัวสั่นอย่างน่ากลัว เขาขับต่อไม่ได้ จึงหักเลี้ยวเข้าจอดหน้าร้านสะดวกซื้อและพยายามหยุดไม่ให้ตัวสั่น ในที่สุดเขาก็กอดอกติดกับพวงมาลัยรถ แล้วทำตัวเองตกใจแทบช็อคตอนที่ข้อศอกไปบีบแตรเข้าโดยบังเอิญ

 

เขาอยากให้เฮาส์รู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร กับการสูญเสีย กับการโดนพรากบางอย่างไปจากเขา บางอย่างที่เขามิอาจได้กลับคืน เขาอยากให้เฮาส์เข้าใจความระทมทุกข์ของเขา

 

บัดนี้วิลสันตระหนักแล้ว ว่าการเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบความระทมทุกข์ของผู้อื่นนั้น เป็นภาระที่ใหญ่หลวงกว่าการสูญเสียใด ๆ

 

_____

 

"When all is lost, the battle is won, with all these things that I have done."

(ครั้นทุกสิ่งสูญไป สงครามชนะชัย ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไป)

 

เมื่อเขาไปถึงอพาตเมนต์ของเฮาส์ สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นก็คือตะแกรงกันภัยที่กั้นอยู่ ที่นั่นไม่เคยมีกระดิ่งประตูแล้วมันก็ยากที่จะเคาะบนตะแกรง วิลสันใช้ฝ่ามือตบทุบมัน รออีกหนึ่งนาทีก่อนที่จะทำเช่นนั้นอีกครั้ง

 

ณ ตอนที่เขาเกือบจะเตรียมตัวยอมแพ้อยู่แล้วนั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันคุ้นหูของการเดินขาเป๋ของเฮาส์ ประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ  เขาแทบจะมองไม่เห็นรูปหน้าเฮาส์ผ่านตาข่ายสีดำหนา ทั้งหมดที่เขาเห็นเป็นเพียงรูปเงาเค้าโครงสีเข้มเท่านั้น

 

แล้วเฮาส์ก็เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ราวกับเขากำลังรอให้วิลสันบอกธุระของตนมา

 

“ฉันขอโทษจริง ๆ” วิลสันบอก แล้วก็ต้องพยายามกดห้ามความรู้สึกคลื่นไส้เฉียบพลัน ถ้อยคำเหล่านั้นฟังดูน้อยนิดและยากจะเพียงพอ

 

เฮาส์ยังคงนิ่งเงียบ วิลสันเกลียดที่เขาไม่อาจมองเห็นสีหน้าของบุรุษตรงหน้าได้

 

“ได้โปรดพูดอะไรสักอย่างทีเถอะ”

 

เสียงของเฮาส์ช่างเบาเหลือเกิน

 

“นายอยากให้ฉันพูดอะไรล่ะ”

 

“นายโอเครึเปล่า”

 

“ฉันโอเคก่อนหน้านี้รึเปล่าล่ะ”

 

“นั่น...ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

 

เฮาส์เงียบลงอีกครา แล้ววิลสันก็หวังต่อไปว่าเขาจะพูดอะไรอีกสักอย่าง อะไรก็ได้ที่มากกว่านี้

 

“ให้ฉัน...ฉันไม่เข้าไปหรอก ฉันสัญญา ฉันแค่...ฉันไม่เห็นหน้านายน่ะ”

 

เมื่อเฮาส์ยังคงไม่พูดตอบ วิลสันก็เสริมว่า “อย่างน้อยนายก็...เปิดตะแกรงออกหน่อยได้ไหม”

 

“ทำไมนายถึงอยากจะเห็นหน้าฉันล่ะ” เฮาส์ถาม แล้วเขาก็ฟังดูหวาดหวั่นจริง ๆ  ประหนึ่งเขาคิดว่าเพียงแค่คนอื่นสามารถเห็นเขาได้ เขาก็จะเปราะบางต่ออันตรายมากขึ้นเป็นทวีคูณ

 

“ฉันเพียงแต่...ฉันต้องเห็น...ฉันเกลียดที่ต้องคุยกันแบบนี้ ฉันมองไม่ออกว่านายรู้สึกยังไง”

 

“นายมองออกว่าฉันรู้สึกยังไงก่อนหน้านี้เหรอ”

 

น้ำเสียงของเฮาส์ไร้ซึ่งความรู้สึก ชวนให้วิลสันหดตัวหนี  แน่ล่ะ คำถามนั่นก็สมควรอยู่หรอก แน่นอนว่าเขาได้มีโอกาสมองหน้าเฮาส์เสมอมา  แต่ไม่ เขาคาดว่าเขามิได้หยั่งรู้ถึงความรู้สึกของเฮาส์จริง ๆ  อย่างน้อยไม่ใช่แค่จากสีหน้าของเขา แล้วก็ใช่ว่าเฮาส์จะเคยบอกเล่าอะไรมาก่อน

 

“สรุป...นายจะไม่เปิดตะแกรงหน่อยเหรอ”

 

“นายไม่อยากเห็นหน้าฉันหรอก” เฮาส์พึมพำ “อย่างน้อยนายก็บอกฉันอย่างนั้น...ตอนที่นายจับฉันคว่ำหน้า”

 

“โอ้พระเจ้า” วิลสันคราง เพราะเขาจำจุดนั้นไม่ได้กระทั่งเดี๋ยวนี้เอง ความคิดอันกราดเกรี้ยวน่าหวาดผวาที่เขาคาดว่าถูกกักสลักกลอนอยู่ในหัว แท้จริงแล้วได้ถูกเปล่งเสียงพูดออกมา

 

เขาปล่อยทิ้งหน้าผากลงบนตะแกรง และปล่อยไว้เช่นนั้น เขากลืนน้ำลายเมื่อน้ำโซดาที่เขาดื่มในรถเริ่มวกกลับมาที่ลำคอ เสียงประตูปิดปังทำให้เขาสะดุ้ง แล้วสุดท้ายเขาก็อ้วกน้ำลายออกมานิดหน่อย ซึ่งหยดลงบนรองเท้าของเขาและพรมเช็ดเท้าหน้าประตู

 

เมื่อเขาควบคุมลมหายใจได้ เขาก็ทุบหน้าผากลงบนตะแกรงอีกครั้ง “เฮาส์...ขอร้อง...นายไม่ต้องเปิดประตูก็ได้ แค่คุยกับฉัน...”

 

เขาหยุดอยู่เช่นนั้น พิงกับตะแกรง เพิกเฉยกับร่องรอยสกปรกที่เขาเพิ่งทำลงไป แม้กระทั่งเพื่อนบ้านหญิงชราผู้ใคร่รู้ก็ยังแอบลอบมองมาที่โถงทางเดินและจ้องเสมือนเขาเป็นคนเสียสติอะไรสักอย่าง

 

เขายังเมินโทรศัพท์มือถือของเขาอีกด้วย ซึ่งมันกำลังดังอยู่ในตอนนี้ ในเมื่อเขาไม่อยู่ในสภาพที่จะรับโทรศัพท์ใด ๆ ได้ ปัจจุบันเขาไม่ได้ทำงานอยู่ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่โทรหาเขาก็สามารถรอได้ แต่แล้วหลังจากที่มันดังเสร็จไปรอบหนึ่งก่อนจะโดนส่งไปที่บริการรับฝากข้อความและเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เขาก็ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ฮัลโหล”

 

“คุยซะสิ” เฮาส์ว่า ยังคงสงบเฉกเดิม

 

“เฮาส์...นี่มันเป็นเรื่องผิดพลาด”

 

“อืม”

 

“ฉันขอโทษ”

 

“เยี่ยม”

 

วิลสันหายใจเข้าเฮือกใหญ่

 

“ถ้านายอยากจะแจ้งตำรวจ ฉันคิดว่านายควรทำซะ”

 

“ฉันไม่อยาก”

 

“อะไรนะ...ทำไมล่ะ”

 

“นายก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะถูกจับ ฉันก็ต้องเป็นพยานพิสูจน์ นายจะเสียงานและเสียใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของนาย แล้วอาจจะต้องติดคุกสักพัก ที่ที่นายจะต้องกลายไปเป็นเมียใครสักคน ไอ้พวกเด็กเล็ก ๆ ที่โดนมะเร็งกินก็จะต้องตายในความดูแลของหมอเนื้องอกที่มีความสามารถและความเอาใจใส่น้อยกว่า แล้วฉันก็ยังต้องอยู่กับความทรงจำเกี่ยวกับ...มันอยู่ดี  ไม่ล่ะ ขอบใจ”

 

“บางที...บางทีเราอาจจะ...บางทีพวกที่ปรึกษาอะไรแบบนี้” วิลสันพูดใคร่ครวญ “บางทีเราอาจจะไปหา...”

 

“ไม่ล่ะ” เฮาส์ว่าอย่างเหนื่อยล้า

 

“นายไม่แม้แต่จะอยากลองเหรอ”

 

“ถ้าฉันถามนาย...คืนนั้นที่ห้องออฟฟิศของนาย ให้มากับฉัน ไปเจอจิตแพทย์ เพื่อที่เราจะได้แก้ปัญหากันให้หมด ๆ ไปซะ...นายจะพูดว่าไงล่ะ”

 

โดยสัตย์จริงแล้ววิลสันไม่คิดว่าเฮาส์จะมีวันขออะไรเขาแบบนั้น เขารู้ว่าเขาคงจะไม่เต็มใจรับไอเดียนั้นเท่าไรเหมือนกัน

 

“นายพูดถูกเรื่องหนึ่ง” เฮาส์กล่าวเรียบ ๆ  “ความเจ็บปวดบางอย่างมัน...ไม่มีวันหายไป”

 

“เฮาส์...”

 

มีเสียงดังคลิ๊กก่อนจะตามมาด้วยเสียงดังตรู้ดของโทรศัพท์ วิลสันบีบโทรศัพท์ในมือของเขา รอกระทั่งเขาคิดว่านานเพียงพอแล้ว ก่อนจะกดวางและโทรกลับไปหาเฮาส์

 

เขาไม่คิดว่าเฮาส์จะรับโทรศัพท์จริง ๆ  แต่เขาก็รับเมื่อตอนที่โทรไปรอบที่สาม

 

“อะไรอีกล่ะ”

 

“ฉันไม่...ฉันจำไม่ได้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เฮาส์  ฉันหมายความว่า ฉันจำได้ส่วนหนึ่ง ตอนนั้นฉันเมา ฉัน...จำไม่ได้ว่าฉันทำหรือพูดอะไร...”

 

“โชคดีสำหรับนายนี่”

 

“ฉันอยากให้นายบอกฉัน ฉันไม่อยาก...นายไม่ควรจะต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว”

 

“ฉันควรจะนึกประสบการณ์นั้นอีก เพื่อให้นายรู้สึกดีขึ้นงั้นเหรอ”

 

“ทำกับฉันซะสิ”

 

เป็นครั้งแรกที่เฮาส์ฟังดูประหลาดใจ ตกใจเสียด้วยซ้ำไป

 

“ว่าไงนะ”

 

“อะไรก็ตามที่ฉันพูด—ทำลงไป...ทำกับฉันซะสิ ทำให้...”

 

“ไม่ นั่นไม่ใช่...ไม่

 

“ทำไมล่ะ...นายต้องอยากทำบ้างนี่” วิลสันให้เหตุผล เขาไม่อาจเข้าใจว่าทำไมเฮาส์ถึงไม่อยากแก้แค้นเอาสักทาง ทำไมอย่างน้อย ๆ เขาถึงไม่โกรธ “ฉันหมายถึง มัน...”

 

“การขืนใจคนที่เห็นได้ชัดว่าปฏิเสธไม่ยอมรับฉัน...จะไปเจ็บน้อยกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยังไง”

 

“ฉันไม่...” วิลสันจำต้องหยุดตัวเองไม่ให้พูดว่านั่นมิใช่ความจริง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมรับเฮาส์ จริง ๆ แล้วออกจะตรงกันข้าม แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องที่เขาควรแบ่งปันในการสนทนาคราวนี้ “มันจะไม่เป็น...แบบนั้น”

 

“แบบไหน

 

“ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยตั้งใจ...นายจะ...ทำร้ายฉันก็ได้”

 

เกิดความเงียบอันยาวนานกระทั่งวิลสันไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนั้นหรือไม่

 

“ฉันไม่อยากทำร้ายนาย” เฮาส์กระซิบเสียงหยาบห้าว ฟังดูเหมือนเขาอาจจะร้องไห้อยู่ หรือบางทีอาจกำลังหายใจไม่ออก

 

ก่อนที่วิลสันจะทันได้ค้นพบว่าเป็นอย่างไหน เฮาส์ก็วางสายไปเสียก่อน

 

_____

 

"One minute I held the key. Next, the walls were closed on me."

(นาทีหนึ่งฉันถือกุญแจอยู่  นาทีต่อมา กำแพงก็บีบล้อมตัวฉัน)

 

“คุณไปซะดีกว่า” เชสกล่าว เกือบจะทำถุงร้านขายของชำที่เขาถืออยู่หลุดมือ วิลสันเงยหน้าขึ้นมอง เขาไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ที่นั่น – บนบันไดมานานแค่ไหน เกือบจะมืดแล้ว เพราะงั้นก็คงผ่านมานานพอควร

 

เขาไม่พูดอะไร เพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งใดได้ เชสจึงเป็นฝ่ายพูดต่อไปว่า “ให้ผมพูดใหม่นะ คุณไปซะดีกว่า ก่อนที่ผมจะเรียกตำรวจ”

 

“อย่าเสียเวลาเลย” วิลสันตอบพลางพยุงตัวเองขึ้นยืน แข้งขาของเขายังคงหลับอยู่และตัวเขาก็โซเซขณะพยายามที่จะไม่ล้ม “ผมไปหามาแล้ว ถ้าเขาไม่...ถ้าเขา...มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะพูดอะไร”

 

“คุณ...ไปมอบตัวมาเหรอ” เชสวางถุงลงกับพื้นคอนกรีต

 

จากน้ำเสียงและการสรรคำของเขา วิลสันตระหนักว่าเชสคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีอาจจะไม่ใช่รายละเอียดลึกซึ้ง แต่เขารู้เรื่องโดยพื้นฐานทั่ว ๆ ไป  นั่นแปลว่าเฮาส์โทรหาเขา เฮาส์ได้ขอความช่วยเหลือจริง ๆ

 

“ผมไม่...เรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย”

 

“หลายสิ่งหลายอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น”

 

“แบบรถบัสคว่ำน่ะเหรอ” วิลสันเสนอ

 

เชสขมวดคิ้ว

 

“อย่าแม้แต่จะคิดที่จะเทียบเรื่องนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแอมเบอร์ นั่นน่ะเป็นอุบัติเหตุที่เป็นไปตามสถานการณ์ สิ่งที่คุณทำน่ะ...เป็นการตัดสินใจโดยเจตนา”

 

“ผมเมา”

 

“ไม่แม้แต่จะใกล้เคียงกับข้อแก้ตัวที่ดีเสียด้วยซ้ำไป”

 

“ผมรู้...มันก็แค่เป็น—คำอธิบาย”

 

“คุณมีคำอธิบายตลอดเลยใช่ไหมล่ะครับ คุณเคยเพียงแค่ทำผิดเฉย ๆ บ้างไหม”

 

วิลสันไม่แน่ใจว่าควรจะตอบเช่นไร ไม่ว่ามันจะเป็นการอ้างอิงถึงเรื่องนี้หรือเรื่องอื่น

 

“เขาไม่ได้ออกจากอพาตเมนต์มาเกินหนึ่งเดือนแล้ว” เชสเสริม “มีกลอนลั่นตายแล้วก็กลอนเลื่อนบนประตู...แล้วคุณก็เห็นตะแกรงแล้ว เขาไม่เปิดหน้าต่าง...หรือตอบโทรศัพท์บ้านของเขาอีกต่อไปแล้ว เขาแทบไม่เปิดทีวีเสียด้วยซ้ำไป”

 

“เขา...ไม่ได้ทำงานอยู่เหรอ”

 

“เขาเลิกแล้ว...ผมหมายถึงเขาได้รับการพิจารณาว่ายังไม่สามารถทำงานได้ แต่ผมคิดว่าเขาออกจากงานแล้วล่ะ”

 

“เพียงเพราะ...มันไม่มีเหตุผลที่...”

 

“ใช่สิ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะกระทบความรู้สึกอะไร ถ้าเพียงแค่แฟนของเขาเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด เขาก็คงจะมีเหตุผลที่จะลาออก”

 

วิลสันยกมือทั้งสองขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้

 

“ก็ได้...ผมเข้า...ผมเข้าใจแล้ว”

 

“ไม่ คุณน่ะไม่เข้าใจหรอก”

 

เขาถอนหายใจ เชสพูดถูก เขาไม่เข้าใจและอาจจะไม่มีวันเข้าใจได้ แต่เขาก็อยากจะเข้าใจ

 

“คุณคิดว่าผมควรจะทำยังไงดี”

 

เชสหัวเราะหึ “ถ้าคุณจริงจังที่จะไปมอบตัวล่ะก็ ผมมีตัวอย่าง DNA อยู่ที่ห้องแล็บ ไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันจากเจ้าตัวหรอก”

 

วิลสันสะอึกไป  ด้วยเหตุผลบางอย่าง ยามที่เขานึกภาพเฮาส์ไปปรับทุกข์กับเชส มันก็จะเป็นอะไรสักอย่างที่คลุมเครือหรือเป็นนามธรรมกว่านี้ เขาไม่นึกว่าเฮาส์จะร้องหาการดูแลทางแพทย์จริง ๆ  หรือจะยอมเข้าไปตรวจ

 

“เขา...คุณ...”

 

“เขาได้รับบาดเจ็บ” เชสอธิบาย “ผมว่าเขาคิดว่า...บางที...เขาไม่ได้บอกอะไร แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก”

 

“บาดเจ็บแค่ไหน

 

“คุณจำไม่ได้จริง ๆ หรือ เมาขนาดไหนกันครับเนี่ย”

 

วิลสันลากมือผ่านหน้าตัวเองและนั่งลงบนบันไดอีกครา

 

เชสพิงตัวกับกำแพงอิฐ “ก็มีการฉีกขาด เสียเลือดนิดหน่อย ที่เหลือก็...เนื้อเยื่อถลอกผิวเผินและมีรอยช้ำ ผมไม่รู้ว่าเขารออยู่นานแค่ไหนก่อนที่จะโทรหาผม เขา...อยู่ในภาวะช็อคตอนที่ผมไปถึงที่นั่น ผมคิดว่าเขาเพียงแค่...”

 

วิลสันเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เมื่อเชสไม่อาจจบประโยคของตนได้

 

“แค่อะไร”

 

“กลัว” เชสพูดจนจบ “ผมคิดว่าเขาเพียงแค่กลัว ผมไม่เคยเห็นเขา...”

 

วิลสันพยักหน้า เขารู้สึกเกือบเหมือนจะเป็นไข้ระหว่างที่เขาปริปากพูด เขารู้ว่าถ้าเขาลังเลเขาจะเสียประสาทก่อนจะกล้าพูดออกมา

 

“ทำสิ...DNA นั่นน่ะ...ทำซะ”

 

เชสส่ายหน้า เหมือนกับหวังให้มันง่ายอย่างที่พูด

 

“ผมทำไม่ได้หรอก”

 

“คุณเพิ่งบอกว่า...”

 

“ผมอยากทำจะตาย แต่เขาไม่อยากให้ผมทำ ผมพยายามกล่อมให้เขายอมเป็นสิบรอบแล้ว เขาไม่อยากให้คุณเสียงานของคุณไป”

 

“แต่...ไม่เป็นไรถ้าเขาจะเสียงานของเขาหรือ”

 

เชสยิ้มอย่างโหยหา “นั่น...เหมือนกับที่ผมถามเลยล่ะครับ ผมไม่คิดว่า...ผมคิดว่าเขามองตนเองว่าไม่ได้เกี่ยวเนื่องในประเด็นนี้...หรืออาจจะทุก ๆ เรื่อง เขามักจะทำมาตลอดในระดับหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น...ตอนนี้...เขาบอกอีกว่ามันไม่มีประโยชน์ ในเมื่อคนอื่นคงคิดว่าเขาสมควรเจออย่างนี้แล้ว”

 

วิลสันหายใจเข้าเฮือก เขาไม่แน่ใจว่าอย่างไหนชวนให้รู้สึกวิตกมากกว่ากัน การที่เฮาส์รู้สึกเช่นนั้นหรือการที่เขายอมรับเรื่องนั้นกับเชส

 

“ผม...บางที...บางทีคุณอาจจะ...กล่อมให้เขาเข้าบำบัดกับจิตแพทย์ได้”

 

“เขามีจิตแพทย์อยู่แล้ว ผมหมายความว่า คนที่ได้รับสิทธิ์ดูแลเขา เขามาที่อพาตเมนต์สองสามครั้งด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ไม่เชิงได้คุยกันหรอก ผมไม่คิดว่าเขาสนใจ...เรื่องนั้น”

 

“ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไง บอกผมทีสิว่าให้ทำยังไง”

 

“ผมทำไม่ได้หรอก”

 

“ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร”

 

เชสหยิบถุงของชำขึ้นและดึงกุญแจออกมา

 

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

_____

 

Musical Selections:

Gibbard, Ben. "The Marching Bands of Manhattan." Plans. Atlantic. 2005.

Flowers, Brandon. "All These Things That I’ve Done." Hot Fuss. Lizard King. 2004.

Martin, Chris & Coldplay. "Viva La Vida." Death and All His Friends. Capitol Records. 2008.

[Fic แปล] Dead [House, M.D.]

posted on 10 May 2012 20:21 by daiong  in Film-TV, Writing

TITLE: Dead  

ORIGINAL SOURCE: http://californiaquail.livejournal.com/70936.html 

AUTHOR: californiaquail 

TRANSLATOR: Daiong [ไดอง] 

TRANSLATION BETA-READER: Blue Cat  

PAIRING: House/Chase friendship & House/Wilson non-consensual slash. 

RATING: M อ้างอิงถึงความรุนแรงและการทำร้ายทางเพศ 

WARNING: Dark!Wilson & Broken!House, season 5 spoilers นิดหน่อย – ถึงชื่อฟิกจะชื่อว่า Dead แต่ก็ไม่มีตัวละครใดตาย

SUMMARY: 1000 word one-shot, หลัง ep. 5x01 Dying Changes Everything, เกิดขึ้นหลังฟิกเรื่อง Undone

TRANSLATOR'S NOTES:
- LJ ของคุณจขฟช.เป็นแบบ Friends Only น่ะค่ะ ต้องเป็น friends กันทาง LJ จึงจะเข้าไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษได้
- ยังมีตอนต่ออยู่ค่ะ ชื่อเรื่อง Sand Dollar ซึ่งจขบ.จะแปลมาให้อ่านกันภายหลังค่า
 
 
 
___
 
 
 
Dead

 

 

ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เชสตะกุกตะกักพูดให้กำลังใจด้วยความพยายามอันอ่อนแรง เขาหวังอยากให้เฮาส์รู้สึกว่าต้องบอกเล่าอะไรสักอย่าง – สิ่งใดก็ได้ที่จะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นกว่าเรื่องบ้าอะไรก็ตามในตอนนี้

 

เขาไม่มีเหตุผลใดที่จะคิดว่าเฮาส์อยากจะพูดออกมาด้วยซ้ำ ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่างเขามองว่าเฮาส์มีใจจะปรับทุกข์กับเขามากกว่ากับที่ปรึกษาแปลกหน้าเรื่องการทำร้ายทางเพศที่เฮาส์ไม่เคยพบ

 

เฮาส์มิทำสิ่งใดเลยนอกจากจ้องเข้าไปในอากาศธาตุ เขาได้รับยากล่อมประสาทเจือจาง และก็เกินหนึ่งวันแล้วหลังจากที่เขาได้หลับได้นอน

 

เขาต้องเหนื่อยมากแน่นอน แล้วไม่ว่าจะเพราะเหตุผลใดก็ตาม เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองได้พักเสียที

 

เมื่อเฮาส์ปริปากพูดในที่สุด เขาเปล่งชื่อวิลสัน และข้อสันนิษฐานของเชสก็คือมันเป็นคำเรียกร้อง

 

เฮาส์กำลังว้าวุ่นและหวั่นกลัว แล้วมันก็ดูสมเหตุสมผลที่หลังจากประสบการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้ เขาจะอยากให้ใครสักคนเรียกวิลสันมา

 

ณ ตอนที่เชสพยายามจะยืนยันให้แน่ใจนั้นเอง ดวงตาของเฮาส์ก็ปิดลงในที่สุด

 

___

 

“คุณ...ต้อง...” เขาเริ่ม ก่อนจะหยุดชะงัก

 

เฮาส์ไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้น เขาไม่แม้แต่จะต้องอยู่ที่นี่เสียด้วยซ้ำไป เขาจะถูกปล่อยให้ออกจากโรงพยาบาลเลยก็ได้

 

เชสอดนึกไม่ได้ว่าเฮาส์เพียงแค่อยู่ที่นี่เพียงเพื่อจะสร้างที่ลี้ภัยอะไรสักอย่าง – ความรู้สึกปลอดภัยในแบบที่เขาอาจไม่มีหากเขาอยู่เพียงคนเดียวที่อพาตเมนต์

 

ที่แน่ ๆ เขาไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อทานอาหาร

 

“คนจะพูดกันว่าสมน้ำหน้าฉัน” เฮาส์กล่าวชี้แจง เมื่อถึงตอนที่เขาสงบ และเกือบจะไร้ซึ่งความรู้สึกแล้ว

 

Benzodiazepine ช่างเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์นัก มันทำให้การให้คำปรึกษาทางจิตใจอันน่าอัปยศกลายเป็นสิ่งที่พอทนรับได้

 

“คุณ...ไม่ได้สมควรจะโดนทำแบบนี้สักหน่อย” เชสตอบ และเกลียดที่เขาเข้าใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าทำไมเฮาส์ถึงคิดเช่นนั้น

 

“มันไม่สำคัญหรอก”

 

สีหน้าของเฮาส์ทำให้เขากังวลอย่างแท้จริง – สีหน้าที่บ่งบอกมากกว่ามันไม่สำคัญหรอก มันบอกว่าไม่มีอะไรสำคัญ และอาจจะไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกต่อไปแล้ว

 

เนื่องด้วยความกลัวเรื่องดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เขาต้องถามคำถามน่าสยองว่า “คุณรู้สึกยังไงบ้างครับ”

 

เฮาส์ยักไหล่

 

“แล้วคุณ...ผมจำเป็นต้องรู้” เชสเริ่ม แนวโน้มการฆ่าตัวตายมีอยู่สูงในผู้ตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสี่สิบแปดชั่วโมงแรก “ผมจำเป็นต้องรู้ว่าคุณกำลังคิดจะ...ฆ่าตัวตายรึเปล่า”

 

มันไม่ได้ทำให้เขาพร้อมจะได้ยินคำตอบมากขึ้น แต่เขาก็มิได้แปลกใจกับถ้อยคำตอบของเฮาส์เลย

 

“ฉันน่ะตายไปแล้ว”

 

___

 

“คุณแน่ใจนะ?” ดวงตาของคัดดี้เบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเฮาส์  กลีบปากแตก กรามช้ำและผ้าพันแผลปะพันไปทั่ว แล้วยังมีเทปข้อมือของโรงพยาบาลที่ดูเขาจะมีจิตวอกแวกเกินกว่าที่จะดึงมันทิ้งไปเสีย

 

เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและเธอก็ไม่ถาม เธอถามไม่ได้ แพทย์ต้องรักษาความลับของเหยื่อการทำร้ายทางเพศอย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเนื้อหาแฟ้มเอกสารของพวกเขาย่อมถูกปิด – ปกป้องแม้แต่จากผู้บริหารโรงพยาบาลจอมสอด

 

“ผมไม่สามารถ...” เขากระซิบ

 

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะยากขนาดนี้ที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้คงที่ เขานึกสงสัยว่าเธอจะคิดอย่างไรถ้าเขาจะทรุดลงคุกเข่าร้องไห้อย่างกับเด็ก เขาสงสัยว่าความตื่นตะลึงจะฆ่าเธอ หรือความอับอายเพียงอย่างเดียวจะฆ่าเขา

 

ความคิดเหล่านี้เองที่เตือนว่าเหตุใดเขาจึงต้องทำเช่นนี้

 

“ไม่สามารถอะไรเหรอ” เธอกระตุ้น

 

“อยู่” เขาพูดจนจบ “ผมไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้”

 

ครั้นเขาเดินออกไป เขาก็ตระหนักถึงความเหน็บแนมอันโหดร้ายของสถานการณ์นี้

 

เขาไม่อาจอยู่ที่อื่นได้เช่นกัน

 

___

 

“ไม่” เฮาส์พูดซ้ำ เมื่อเผชิญหน้ากับเชสครั้งที่เท่าไรก็สุดจะรู้

 

เขาไม่ได้ออกไปจากอพาตเมนต์ของเขามาหนึ่งสัปดาห์แล้ว

 

ความทรงจำของเหตุการณ์นั้นยิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้นทุกวันเวลาที่ผ่านไป และเขาก็พบว่าตัวเองเริ่มสงสัยว่ามันถือเป็นการข่มขืนหรือไม่

 

บางทีเขาอาจพูดอะไรบางอย่าง ทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าสมยอม บางทีเขาอาจไม่พยายามที่จะรักษาสิทธิ์ของตนเพียงพอ บางทีเขาอาจจะให้เหตุผลวิลสันบางอย่างที่ทำให้วิลสันเชื่อว่ามันจะไม่เป็นไร มันดูจะเป็นคำอธิบายเพียงอันเดียวเท่านั้น

 

ทว่าลึกลงไปเขารู้ความจริง

 

“หลักฐานยังอยู่ในห้องแล็บอยู่นะครับ” เชสเตือนความจำเฮาส์ “DNA ได้รับการคอนเฟิร์มแล้ว”

 

เขาละเว้นที่จะเอ่ยถึงรายละเอียดยิบย่อย เช่นเซลล์ผิวหนังของวิลสันที่ถูกพบที่ปลายเล็บของเฮาส์ เพียงแค่นั้นก็รับประกันการตัดสินว่ากระทำผิดได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีหลักฐานยืนยันทางคำพูดหรือไม่ก็ตาม

 

“เขาอาจ...” เฮาส์เอ่ย

 

“เขาอาจอะไรครับ

 

เฮาส์นึกภาพวิลสันโดนจับล็อคในกุญแจมือ มีพวกเด็กน้ำตารื้นที่เป็นโรคมะเร็งวิ่งไล่ตามเขา ฉวยยื้อขาและเว้าวอนไม่ให้เขาไป

 

“เขาอาจสูญเสียทุกอย่างก็ได้”

 

“งั้น...คุณควรจะเสียทุกอย่างแทนหรือครับ”

 

ปากของเฮาส์กระตุกไหว

 

ไม่มีเหตุผลใดที่จะโต้แย้งสิ่งที่เด่นชัดอย่างน่าเจ็บร้าวเกินกว่าจะปฏิเสธได้

 

“ก็เป็นไปแล้วนี่”

 
 
 
 
 
 
Translator Note:
Benzodiazepine เป็นยาจำพวกระงับประสาท บางครั้งเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ฟิกฉบับเดิมเขียนแค่ Benzo(s) เฉยๆ แต่จขบ.ว่าพอแปลไทยเขียนเต็มแล้วกันเนอะ

free counters