[Fic แปล] Sand Dollar (Part 1) [House, M.D.]
posted on 13 May 2012 04:32 by daiong in Film-TV, WritingTITLE: Sand Dollar (Part 1)
ORIGINAL SOURCE: http://californiaquail.livejournal.com/75569.html
AUTHOR: californiaquail
TRANSLATOR: Daiong [ไดอง]
TRANSLATION BETA-READER: Blue Cat
PAIRING: House/Wilson friendship และ(ออกแนว) pre-slash House/Chase friendship
RATING: M อ้างอิงถึงความรุนแรงและการร่วมเพศโดยไม่สมยอม แต่ไม่ดาร์กมาก
WARNING: มี season 4 & 5 spoilers นิดหน่อย ออกจะแตกต่างจากทุกเรื่องที่จขฟช.เคยเขียนมา
SUMMARY: เป็นเรื่อง AU ที่เกิดขึ้นหลัง ep.5x01 Dying Changes Everything ในภาษาอังกฤษมีเป็น one-shot ความยาว 9000 คำ เป็นตอนต่อของ drabbles สองเรื่อง Undone & Dead เรื่องร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้นระหว่าง House กับ Wilson – พวกเขาเลือกที่จะใช้วิธีผิดแปลกจากวิธีทั่ว ๆ ไปเพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์ Musical selections ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก trenchcoatedson ที่ไรท์ CD อันยอดเยี่ยมให้จขฟช. ซึ่งปัจจุบันจขฟช.ฟังจนแผ่นดูเก่าเต็มทีแล้วค่า
TRANSLATOR'S NOTES:
- LJ ของคุณจขฟช.เป็นแบบ Friends Only น่ะค่ะ ต้องเป็น friends กันทาง LJ จึงจะเข้าไปอ่านฉบับภาษาอังกฤษได้
- เนื่องจาก Sand Dollar ยาวมาก แปลไปแปลมาจนถึงราว ๆ 5000 คำก็ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งได้ เลยตัดสินใจหั่นเป็นสองตอน เอาราว ๆ 4000 คำแรกมาให้อ่านกันก่อน
- Sand Dollar เป็นหนึ่งในฟิกในดวงใจอันดับต้นๆของจขบ.เลยค่ะ เมื่อไม่นานมานี้ไปเจอ fanvid อันนี้มา ทำให้รู้สึกอินยิ่งนัก 55 หากแปลติดขัด/ผิดพลาดประการใดบอกได้นะคะ และขออภัยล่วงหน้าค่ะ
_____
Sand Dollar
"Oh what a beautiful view, if you were never aware of what was around you."
(โอ้ ช่างเป็นทิวทัศน์ที่สวยอะไรเช่นนี้ หากเธอไม่เคยตระหนักถึงสิ่งที่อยู่รอบกาย)
เชสยังไม่ได้คุยกับวิลสันหรือพยายามติดต่อเขา ไม่ใช่ว่าไม่อยาก เขาอยาก อันที่จริงเขาอยากจะไปถีบวิลสันให้สาสม แต่ถ้าเฮาส์เกิดอยากร้องเรียนสิ่งใดทางกฎหมายขึ้นมา เขาก็ไม่อยากจะเกี่ยวเนื่องกับข้อขัดแย้งใดที่อาจเป็นภัยต่อความสำเร็จของการร้องเรียน
แม้เชสจะไม่รู้แน่ชัด—เพราะที่แน่ ๆ เขาจะไม่ถาม—เขาข้องใจว่าปฏิกิริยาของเฮาส์ที่มีต่อประสบการณ์แสนลำบากนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นได้เฉพาะกับคนที่มักคุ้นกับความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว
เขาแวะมาทุกวันหลังเลิกงาน มักจะพบเฮาส์อยู่ที่จุดจุดเดิม พัวพันอยู่ในชุดนอนกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งเขาปฏิเสธไม่ให้ใครเปลี่ยน เขาไม่อาจถูกเกลี้ยกล่อมให้ออกจากอพาตเมนต์ได้ ไม่ว่าจะถูกล่อด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มอันใดที่เชสพยายามเสนอให้ในเวลาไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา เฮาส์เสี่ยงที่จะจากห้องของเขาไปเข้าห้องน้ำ และอาบน้ำนาน ๆ ครั้ง และเอา Pop Tarts กับขวดน้ำมาเปลี่ยนใหม่ที่ลิ้นชักหัวเตียง
เชสเพียงแค่แวะมาเพราะเขายังกังวลว่าเฮาส์จะทำร้ายตัวเอง บางทีเฮาส์อาจจะจงใจทานยา midazolam ที่เขามีไว้สำหรับอาการนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวลมากเกินไปไม่กี่เม็ด และหยุดหายใจระหว่างที่เขากำลังหลับอยู่ จิตแพทย์ของเฮาส์—หรืออย่างน้อยก็จิตแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขา ด้วยพวกเขายังไม่เคยนั่งคุยกันเลย—บอกว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่เฮาส์จะทำอะไรแบบนั้น การฆ่าตัวตายหรือการนำอันตรายมาสู่ตนมักจะมาจากความตั้งใจและแรงกระตุ้น แล้วปัจจุบันเฮาส์ก็ไม่มีทั้งสองอย่าง
_____
"While you debate half empty or half full, it slowly rises. Your love is going to drown."
(ระหว่างที่คุณกำลังโต้แย้งกันอยู่ว่ามันว่างครึ่งหนึ่งหรือเต็มครึ่งหนึ่ง น้ำก็ขึ้นสูงอย่างช้า ๆ ความรักของคุณกำลังจะจมลง)
วิลสันอ้าขาและโน้มกายเข้าหาคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ไร้แขนที่มีหัวต่อหมุนได้กำลังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดขณะที่มันปรับรับแรงน้ำหนัก มือซ้ายของเขากำลังเลื่อนเมาส์ให้เข้าที่ มือขวาของเขาสอดเข้าไปในกางเกง และลูบนวดอวัยวะกลางลำตัวอย่างไร้ผล
แท้จริงแล้วเขากำลังทรมานตัวเองอยู่ ด้วยการดูหนังที่เขากับแอมเบอร์ถ่ายด้วยกันเช่นนี้ เขาไม่เคยดูมันตั้งแต่เธอตายไป แต่มันก็เคยถูกถ่ายไว้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เขาไม่เต็มใจแม้แต่จะเปิดเสียง เนื่องด้วยความกลัวว่าเขาจะไม่อาจห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ได้ เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะทนฟังเสียงของเธอตอนนี้ได้หรือไม่ หรือจะทำได้อีกต่อไปหรือเปล่า เพียงแค่จะมองริมฝีปากของเธอขยับบนหน้าจอก็ยากพอแล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็ผ่านมาสามอาทิตย์ครึ่งตั้งแต่มันเกิดขึ้นแล้ว เขาเปิดรับหนังโป๊ทุกระดับ และด้วยเหตุผลใดก็ตาม เขาก็ยังไม่อาจปลุกอารมณ์ให้นานพอที่จะทำอะไรกับมันได้
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เขาจ้องมองรูปดิสเพลย์บนมือถือตน ดูตัวเลขแสนคุ้นเคยเรียงตัวกัน สิ่งเดียวที่เขาต้องทำก็คือกด Send แล้วเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็จะได้ค้นพบให้แน่ใจ ว่าเฮาส์เป็นอย่างไรบ้าง เขาอยากจะรู้จริง ๆ ทว่าเขาก็ทำไม่ได้ ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เขาไม่อาจฟังเสียงของแอมเบอร์ได้ เขาหวาดกลัวว่าเขาจะไม่อาจห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ได้
เขาไม่แน่ใจว่าการไร้สมรรถภาพทางเพศเป็นเพราะเหตุทางสรีระหรือไม่ หรือมีเพียงแค่พื้นฐานมาจากความเป็นจริงที่เขาขยะแขยงตัวเองถึงขีดสุด หรือบางทีพระเจ้าอาจกำลังลงโทษเขาอยู่ วิลสันไม่เคยจู่โจมทำร้ายใครมาก่อนในชีวิต อย่างน้อยก็ไม่ใช่ระดับที่จะทำให้เกิดบาดแผล และที่แน่ ๆ เขาไม่เคยบังคับขืนใจใครมาก่อน ถึงภรรยาของเขามักจะพูดว่าไม่ใช่วันนี้ ฉันปวดหัว เขาก็พึงพอใจที่จะหลบเข้าห้องอาบน้ำและเสร็จกิจสักครั้ง หรือไม่ก็หาความพึงพอใจจากที่อื่น และในขณะที่นั่นหาใช่เรื่องที่ดีกว่าสักเท่าไร—หากจะพูดกันในเชิงศีลธรรม—มันก็มักจะเกิดขึ้นไปเอง มันไม่ได้รับการไตร่ตรองล่วงหน้า ฉะนั้นเขาอยากจะเชื่อว่าเขาไม่ได้ไปที่อพาตเมนต์ของเฮาส์ในคืนนั้น วางแผนที่จะทำร้ายเขา และเขาไม่ได้วางแผนที่จะข่มขืนเฮาส์อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านั้นเขาดื่มเหล้ามา แน่ล่ะ ดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่มีผลทางลบในชีวิตของเขาจะเริ่มต้นจากแอลกอฮอล์ เขาตั้งทฤษฎีขึ้นในหัวตรงจุดไหนสักแห่งระหว่างเบียร์ขวดที่หนึ่งกับเหล้าวิสกี้ช็อตที่สองและสาม ว่าเฮาส์ไม่ได้จับจุดแนวคิดแห่งการสูญเสีย วิลสันนึกอธิบายด้วยเหตุผล ตรวจผ่านรายละเอียดเอกสารการแพทย์ของแอมเบอร์ เขารู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเฮาส์ – ไม่เชิง ตามหลักแล้วไม่ใช่ กระนั้นในขณะเดียวกัน มันก็เป็น
เฮาส์ไม่ได้ดูเหมือนจะเข้าใจ ไม่ว่าเขาจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม การกระทำของเขาส่งผลให้เกิดความเสียหายเกินเยียวยากับชีวิตผู้อื่น สิ่งหนึ่งถูกพรากไปจากวิลสัน สิ่งที่คำขอโทษพันครั้งก็ไม่อาจนำมันคืนมาได้ มันไม่ยุติธรรม มันต้องมีการยื่นหมูยื่นแมว การแลกเปลี่ยนที่จะช่วยฟื้นฟูความสมดุลให้
เมาแล้วขับเป็นความคิดที่แย่ แต่ความคิดของวิลสันก็ไม่ได้อยู่คงที่สักเท่าไรตั้งแต่แอมเบอร์เสียชีวิต สมองของเขายิ่งอัดแน่นยุ่งเหยิงกว่าเดิมตั้งแต่ที่เขาออกจากงานที่ PPTH บางทีเขาน่าจะนึกพิจารณาเสียบ้าง น่าจะรู้ว่าอยู่บ้านดีกว่า หรือไม่ก็รอจนกว่าจะสร่างเมา แต่ด้วยความที่อพาตเมนต์ของเฮาส์ห่างไปเพียงสามไมล์ เขาบอกตัวเองว่าหากเขาโดนตำรวจหยุด เขาก็อ้างได้ว่ามันเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์
วิลสันอยากจะคิดว่าเหตุผลเดียวที่ทุกอย่างไปไกลนัก ก็เพราะสีหน้าของเฮาส์ ตอนที่เขาเปิดประตูเห็นวิลสันยืนอยู่ที่นั่น เขาดูดีใจ หรืออย่างน้อยก็พอใจ หรือบางทีอาจจะดูโล่งใจเสียมากกว่า วิลสันจำไม่ได้ว่าเขาเอ่ยปากขอก่อนจะก้าวเข้าไปหรือเปล่า หรือเขาเข้าไปในบ้านเลย
มีพวกคำพูดที่ระดมยิงไปมาในสังคมของคนดี ซึ่งสำหรับคนทั่วไปจะเป็นเรื่องปกติโดยแท้ แต่การที่มันมาจากเฮาส์ กลับฟังเสมือนคำดูถูกอย่างอธิบายไม่ได้ ราวกับเฮาส์กำลังพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือบางทีก็แค่ลบล้างให้มันเป็นกลาง ราวกับเฮาส์กำลังกลัวก่อนที่จะมีเหตุให้กลัว แล้วมันก็มีการส่อถึงความเชื่อมั่นในตัวเอง – ถึงการสันนิษฐาน เฮาส์พูดอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เขาควรจะรู้ดีกว่านี้ก่อนพูด แล้วในตอนนั้น มันก็ดูสมเหตุสมผลอย่างที่สุดที่จะตบเขา
ส่วนที่เหลือ นั่นน่ะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เช้าวันต่อมา วิลสันตื่นขึ้นบนพื้นห้องอาบน้ำ เขานึกไม่ออกในทันทีว่าเขามาอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ข้าง ๆ เขามีกองอาเจียนอยู่ เขาถอดเสื้อผ้าและคลานเข้าไปในห้องอาบน้ำ แล้วจึงสังเกตเห็นก้อนเลือดแห้ง ๆ และน้ำกามเกรอะกรัง
แล้วเขาก็ขยับไหวมือของตน ล้างมันกับน้ำและตระหนักว่าข้อนิ้วของเขาบวม เขาจำได้ว่าเขาใช้มันระดมชกที่หน้าเฮาส์ เขาได้หลงเชื่อว่าเป็นเพราะตัวเขารู้สึกด้านชา เฮาส์ก็ต้องเป็นเหมือนกัน เขาเพียงแต่ตีแรงขึ้น และแรงขึ้น ต้องการอย่างเหลือประมาณให้เฮาส์รู้สึกบางอย่างบ้าง บางทีเฮาส์อาจจะมีเลือดไหล แต่เขาก็มิได้สู้กลับ วิลสันรู้ว่าหากเขาทำให้เฮาส์เจ็บจริง ๆ ล่ะก็ เขาจะสู้กลับเอง
_____
"Another head aches. Another heart breaks. I am so much older than I can take."
(ปวดหัวอีกครั้ง ปวดใจอีกครา ฉันแก่เกินกว่าที่จะทนรับไหวแล้ว)
ครั้นวิลสันแสดงตัวที่สถานีตำรวจ เขาก็โดนมองเหมือนคนเป็นบ้า ซึ่งทำให้เขาเริ่มคิดว่าเขาอาจจะเป็นก็ได้ สุดท้ายเขาก็พยายามอธิบายความตั้งใจของเขาให้คนหน้าบอกบุญไม่รับที่โต๊ะทำงานสองคน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตัวจริงจะมาพูดกับเขา หลังจากสารภาพความผิดอาญาร้ายแรง—แล้วจะเรียกเผยวิญญาณให้คนแปลกหน้าเห็นก็ว่าได้—เขาก็ค้นพบว่าไม่มีบันทึกหรือคำฟ้องร้องใด ๆ ในขณะที่พวกเขาสรรเสริญเจตนาที่ยินยอมจะแสดงตัวของวิลสัน พวกเขาก็ไม่อาจดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ ได้ โดยไม่มีส่วนร่วมของผู้ถูกทำร้าย
อีกเพียงครึ่งทางเขาก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เมื่อนั้นเองความเป็นจริงในสิ่งที่เขาทำลงไปโถมเข้าใส่เขาในที่สุด เขาตัวสั่นอย่างน่ากลัว เขาขับต่อไม่ได้ จึงหักเลี้ยวเข้าจอดหน้าร้านสะดวกซื้อและพยายามหยุดไม่ให้ตัวสั่น ในที่สุดเขาก็กอดอกติดกับพวงมาลัยรถ แล้วทำตัวเองตกใจแทบช็อคตอนที่ข้อศอกไปบีบแตรเข้าโดยบังเอิญ
เขาอยากให้เฮาส์รู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร กับการสูญเสีย กับการโดนพรากบางอย่างไปจากเขา บางอย่างที่เขามิอาจได้กลับคืน เขาอยากให้เฮาส์เข้าใจความระทมทุกข์ของเขา
บัดนี้วิลสันตระหนักแล้ว ว่าการเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบความระทมทุกข์ของผู้อื่นนั้น เป็นภาระที่ใหญ่หลวงกว่าการสูญเสียใด ๆ
_____
"When all is lost, the battle is won, with all these things that I have done."
(ครั้นทุกสิ่งสูญไป สงครามชนะชัย ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไป)
เมื่อเขาไปถึงอพาตเมนต์ของเฮาส์ สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นก็คือตะแกรงกันภัยที่กั้นอยู่ ที่นั่นไม่เคยมีกระดิ่งประตูแล้วมันก็ยากที่จะเคาะบนตะแกรง วิลสันใช้ฝ่ามือตบทุบมัน รออีกหนึ่งนาทีก่อนที่จะทำเช่นนั้นอีกครั้ง
ณ ตอนที่เขาเกือบจะเตรียมตัวยอมแพ้อยู่แล้วนั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันคุ้นหูของการเดินขาเป๋ของเฮาส์ ประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ เขาแทบจะมองไม่เห็นรูปหน้าเฮาส์ผ่านตาข่ายสีดำหนา ทั้งหมดที่เขาเห็นเป็นเพียงรูปเงาเค้าโครงสีเข้มเท่านั้น
แล้วเฮาส์ก็เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ราวกับเขากำลังรอให้วิลสันบอกธุระของตนมา
“ฉันขอโทษจริง ๆ” วิลสันบอก แล้วก็ต้องพยายามกดห้ามความรู้สึกคลื่นไส้เฉียบพลัน ถ้อยคำเหล่านั้นฟังดูน้อยนิดและยากจะเพียงพอ
เฮาส์ยังคงนิ่งเงียบ วิลสันเกลียดที่เขาไม่อาจมองเห็นสีหน้าของบุรุษตรงหน้าได้
“ได้โปรดพูดอะไรสักอย่างทีเถอะ”
เสียงของเฮาส์ช่างเบาเหลือเกิน
“นายอยากให้ฉันพูดอะไรล่ะ”
“นายโอเครึเปล่า”
“ฉันโอเคก่อนหน้านี้รึเปล่าล่ะ”
“นั่น...ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
เฮาส์เงียบลงอีกครา แล้ววิลสันก็หวังต่อไปว่าเขาจะพูดอะไรอีกสักอย่าง อะไรก็ได้ที่มากกว่านี้
“ให้ฉัน...ฉันไม่เข้าไปหรอก ฉันสัญญา ฉันแค่...ฉันไม่เห็นหน้านายน่ะ”
เมื่อเฮาส์ยังคงไม่พูดตอบ วิลสันก็เสริมว่า “อย่างน้อยนายก็...เปิดตะแกรงออกหน่อยได้ไหม”
“ทำไมนายถึงอยากจะเห็นหน้าฉันล่ะ” เฮาส์ถาม แล้วเขาก็ฟังดูหวาดหวั่นจริง ๆ ประหนึ่งเขาคิดว่าเพียงแค่คนอื่นสามารถเห็นเขาได้ เขาก็จะเปราะบางต่ออันตรายมากขึ้นเป็นทวีคูณ
“ฉันเพียงแต่...ฉันต้องเห็น...ฉันเกลียดที่ต้องคุยกันแบบนี้ ฉันมองไม่ออกว่านายรู้สึกยังไง”
“นายมองออกว่าฉันรู้สึกยังไงก่อนหน้านี้เหรอ”
น้ำเสียงของเฮาส์ไร้ซึ่งความรู้สึก ชวนให้วิลสันหดตัวหนี แน่ล่ะ คำถามนั่นก็สมควรอยู่หรอก แน่นอนว่าเขาได้มีโอกาสมองหน้าเฮาส์เสมอมา แต่ไม่ เขาคาดว่าเขามิได้หยั่งรู้ถึงความรู้สึกของเฮาส์จริง ๆ อย่างน้อยไม่ใช่แค่จากสีหน้าของเขา แล้วก็ใช่ว่าเฮาส์จะเคยบอกเล่าอะไรมาก่อน
“สรุป...นายจะไม่เปิดตะแกรงหน่อยเหรอ”
“นายไม่อยากเห็นหน้าฉันหรอก” เฮาส์พึมพำ “อย่างน้อยนายก็บอกฉันอย่างนั้น...ตอนที่นายจับฉันคว่ำหน้า”
“โอ้พระเจ้า” วิลสันคราง เพราะเขาจำจุดนั้นไม่ได้กระทั่งเดี๋ยวนี้เอง ความคิดอันกราดเกรี้ยวน่าหวาดผวาที่เขาคาดว่าถูกกักสลักกลอนอยู่ในหัว แท้จริงแล้วได้ถูกเปล่งเสียงพูดออกมา
เขาปล่อยทิ้งหน้าผากลงบนตะแกรง และปล่อยไว้เช่นนั้น เขากลืนน้ำลายเมื่อน้ำโซดาที่เขาดื่มในรถเริ่มวกกลับมาที่ลำคอ เสียงประตูปิดปังทำให้เขาสะดุ้ง แล้วสุดท้ายเขาก็อ้วกน้ำลายออกมานิดหน่อย ซึ่งหยดลงบนรองเท้าของเขาและพรมเช็ดเท้าหน้าประตู
เมื่อเขาควบคุมลมหายใจได้ เขาก็ทุบหน้าผากลงบนตะแกรงอีกครั้ง “เฮาส์...ขอร้อง...นายไม่ต้องเปิดประตูก็ได้ แค่คุยกับฉัน...”
เขาหยุดอยู่เช่นนั้น พิงกับตะแกรง เพิกเฉยกับร่องรอยสกปรกที่เขาเพิ่งทำลงไป แม้กระทั่งเพื่อนบ้านหญิงชราผู้ใคร่รู้ก็ยังแอบลอบมองมาที่โถงทางเดินและจ้องเสมือนเขาเป็นคนเสียสติอะไรสักอย่าง
เขายังเมินโทรศัพท์มือถือของเขาอีกด้วย ซึ่งมันกำลังดังอยู่ในตอนนี้ ในเมื่อเขาไม่อยู่ในสภาพที่จะรับโทรศัพท์ใด ๆ ได้ ปัจจุบันเขาไม่ได้ทำงานอยู่ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่โทรหาเขาก็สามารถรอได้ แต่แล้วหลังจากที่มันดังเสร็จไปรอบหนึ่งก่อนจะโดนส่งไปที่บริการรับฝากข้อความและเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เขาก็ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฮัลโหล”
“คุยซะสิ” เฮาส์ว่า ยังคงสงบเฉกเดิม
“เฮาส์...นี่มันเป็นเรื่องผิดพลาด”
“อืม”
“ฉันขอโทษ”
“เยี่ยม”
วิลสันหายใจเข้าเฮือกใหญ่
“ถ้านายอยากจะแจ้งตำรวจ ฉันคิดว่านายควรทำซะ”
“ฉันไม่อยาก”
“อะไรนะ...ทำไมล่ะ”
“นายก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะถูกจับ ฉันก็ต้องเป็นพยานพิสูจน์ นายจะเสียงานและเสียใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของนาย แล้วอาจจะต้องติดคุกสักพัก ที่ที่นายจะต้องกลายไปเป็นเมียใครสักคน ไอ้พวกเด็กเล็ก ๆ ที่โดนมะเร็งกินก็จะต้องตายในความดูแลของหมอเนื้องอกที่มีความสามารถและความเอาใจใส่น้อยกว่า แล้วฉันก็ยังต้องอยู่กับความทรงจำเกี่ยวกับ...มันอยู่ดี ไม่ล่ะ ขอบใจ”
“บางที...บางทีเราอาจจะ...บางทีพวกที่ปรึกษาอะไรแบบนี้” วิลสันพูดใคร่ครวญ “บางทีเราอาจจะไปหา...”
“ไม่ล่ะ” เฮาส์ว่าอย่างเหนื่อยล้า
“นายไม่แม้แต่จะอยากลองเหรอ”
“ถ้าฉันถามนาย...คืนนั้นที่ห้องออฟฟิศของนาย ให้มากับฉัน ไปเจอจิตแพทย์ เพื่อที่เราจะได้แก้ปัญหากันให้หมด ๆ ไปซะ...นายจะพูดว่าไงล่ะ”
โดยสัตย์จริงแล้ววิลสันไม่คิดว่าเฮาส์จะมีวันขออะไรเขาแบบนั้น เขารู้ว่าเขาคงจะไม่เต็มใจรับไอเดียนั้นเท่าไรเหมือนกัน
“นายพูดถูกเรื่องหนึ่ง” เฮาส์กล่าวเรียบ ๆ “ความเจ็บปวดบางอย่างมัน...ไม่มีวันหายไป”
“เฮาส์...”
มีเสียงดังคลิ๊กก่อนจะตามมาด้วยเสียงดังตรู้ดของโทรศัพท์ วิลสันบีบโทรศัพท์ในมือของเขา รอกระทั่งเขาคิดว่านานเพียงพอแล้ว ก่อนจะกดวางและโทรกลับไปหาเฮาส์
เขาไม่คิดว่าเฮาส์จะรับโทรศัพท์จริง ๆ แต่เขาก็รับเมื่อตอนที่โทรไปรอบที่สาม
“อะไรอีกล่ะ”
“ฉันไม่...ฉันจำไม่ได้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เฮาส์ ฉันหมายความว่า ฉันจำได้ส่วนหนึ่ง ตอนนั้นฉันเมา ฉัน...จำไม่ได้ว่าฉันทำหรือพูดอะไร...”
“โชคดีสำหรับนายนี่”
“ฉันอยากให้นายบอกฉัน ฉันไม่อยาก...นายไม่ควรจะต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว”
“ฉันควรจะนึกประสบการณ์นั้นอีก เพื่อให้นายรู้สึกดีขึ้นงั้นเหรอ”
“ทำกับฉันซะสิ”
เป็นครั้งแรกที่เฮาส์ฟังดูประหลาดใจ ตกใจเสียด้วยซ้ำไป
“ว่าไงนะ”
“อะไรก็ตามที่ฉันพูด—ทำลงไป...ทำกับฉันซะสิ ทำให้...”
“ไม่ นั่นไม่ใช่...ไม่”
“ทำไมล่ะ...นายต้องอยากทำบ้างนี่” วิลสันให้เหตุผล เขาไม่อาจเข้าใจว่าทำไมเฮาส์ถึงไม่อยากแก้แค้นเอาสักทาง ทำไมอย่างน้อย ๆ เขาถึงไม่โกรธ “ฉันหมายถึง มัน...”
“การขืนใจคนที่เห็นได้ชัดว่าปฏิเสธไม่ยอมรับฉัน...จะไปเจ็บน้อยกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยังไง”
“ฉันไม่...” วิลสันจำต้องหยุดตัวเองไม่ให้พูดว่านั่นมิใช่ความจริง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมรับเฮาส์ จริง ๆ แล้วออกจะตรงกันข้าม แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องที่เขาควรแบ่งปันในการสนทนาคราวนี้ “มันจะไม่เป็น...แบบนั้น”
“แบบไหน”
“ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยตั้งใจ...นายจะ...ทำร้ายฉันก็ได้”
เกิดความเงียบอันยาวนานกระทั่งวิลสันไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนั้นหรือไม่
“ฉันไม่อยากทำร้ายนาย” เฮาส์กระซิบเสียงหยาบห้าว ฟังดูเหมือนเขาอาจจะร้องไห้อยู่ หรือบางทีอาจกำลังหายใจไม่ออก
ก่อนที่วิลสันจะทันได้ค้นพบว่าเป็นอย่างไหน เฮาส์ก็วางสายไปเสียก่อน
_____
"One minute I held the key. Next, the walls were closed on me."
(นาทีหนึ่งฉันถือกุญแจอยู่ นาทีต่อมา กำแพงก็บีบล้อมตัวฉัน)
“คุณไปซะดีกว่า” เชสกล่าว เกือบจะทำถุงร้านขายของชำที่เขาถืออยู่หลุดมือ วิลสันเงยหน้าขึ้นมอง เขาไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ที่นั่น – บนบันไดมานานแค่ไหน เกือบจะมืดแล้ว เพราะงั้นก็คงผ่านมานานพอควร
เขาไม่พูดอะไร เพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งใดได้ เชสจึงเป็นฝ่ายพูดต่อไปว่า “ให้ผมพูดใหม่นะ คุณไปซะดีกว่า ก่อนที่ผมจะเรียกตำรวจ”
“อย่าเสียเวลาเลย” วิลสันตอบพลางพยุงตัวเองขึ้นยืน แข้งขาของเขายังคงหลับอยู่และตัวเขาก็โซเซขณะพยายามที่จะไม่ล้ม “ผมไปหามาแล้ว ถ้าเขาไม่...ถ้าเขา...มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะพูดอะไร”
“คุณ...ไปมอบตัวมาเหรอ” เชสวางถุงลงกับพื้นคอนกรีต
จากน้ำเสียงและการสรรคำของเขา วิลสันตระหนักว่าเชสคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีอาจจะไม่ใช่รายละเอียดลึกซึ้ง แต่เขารู้เรื่องโดยพื้นฐานทั่ว ๆ ไป นั่นแปลว่าเฮาส์โทรหาเขา เฮาส์ได้ขอความช่วยเหลือจริง ๆ
“ผมไม่...เรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย”
“หลายสิ่งหลายอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น”
“แบบรถบัสคว่ำน่ะเหรอ” วิลสันเสนอ
เชสขมวดคิ้ว
“อย่าแม้แต่จะคิดที่จะเทียบเรื่องนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแอมเบอร์ นั่นน่ะเป็นอุบัติเหตุที่เป็นไปตามสถานการณ์ สิ่งที่คุณทำน่ะ...เป็นการตัดสินใจโดยเจตนา”
“ผมเมา”
“ไม่แม้แต่จะใกล้เคียงกับข้อแก้ตัวที่ดีเสียด้วยซ้ำไป”
“ผมรู้...มันก็แค่เป็น—คำอธิบาย”
“คุณมีคำอธิบายตลอดเลยใช่ไหมล่ะครับ คุณเคยเพียงแค่ทำผิดเฉย ๆ บ้างไหม”
วิลสันไม่แน่ใจว่าควรจะตอบเช่นไร ไม่ว่ามันจะเป็นการอ้างอิงถึงเรื่องนี้หรือเรื่องอื่น
“เขาไม่ได้ออกจากอพาตเมนต์มาเกินหนึ่งเดือนแล้ว” เชสเสริม “มีกลอนลั่นตายแล้วก็กลอนเลื่อนบนประตู...แล้วคุณก็เห็นตะแกรงแล้ว เขาไม่เปิดหน้าต่าง...หรือตอบโทรศัพท์บ้านของเขาอีกต่อไปแล้ว เขาแทบไม่เปิดทีวีเสียด้วยซ้ำไป”
“เขา...ไม่ได้ทำงานอยู่เหรอ”
“เขาเลิกแล้ว...ผมหมายถึงเขาได้รับการพิจารณาว่ายังไม่สามารถทำงานได้ แต่ผมคิดว่าเขาออกจากงานแล้วล่ะ”
“เพียงเพราะ...มันไม่มีเหตุผลที่...”
“ใช่สิ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะกระทบความรู้สึกอะไร ถ้าเพียงแค่แฟนของเขาเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด เขาก็คงจะมีเหตุผลที่จะลาออก”
วิลสันยกมือทั้งสองขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้
“ก็ได้...ผมเข้า...ผมเข้าใจแล้ว”
“ไม่ คุณน่ะไม่เข้าใจหรอก”
เขาถอนหายใจ เชสพูดถูก เขาไม่เข้าใจและอาจจะไม่มีวันเข้าใจได้ แต่เขาก็อยากจะเข้าใจ
“คุณคิดว่าผมควรจะทำยังไงดี”
เชสหัวเราะหึ “ถ้าคุณจริงจังที่จะไปมอบตัวล่ะก็ ผมมีตัวอย่าง DNA อยู่ที่ห้องแล็บ ไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันจากเจ้าตัวหรอก”
วิลสันสะอึกไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง ยามที่เขานึกภาพเฮาส์ไปปรับทุกข์กับเชส มันก็จะเป็นอะไรสักอย่างที่คลุมเครือหรือเป็นนามธรรมกว่านี้ เขาไม่นึกว่าเฮาส์จะร้องหาการดูแลทางแพทย์จริง ๆ หรือจะยอมเข้าไปตรวจ
“เขา...คุณ...”
“เขาได้รับบาดเจ็บ” เชสอธิบาย “ผมว่าเขาคิดว่า...บางที...เขาไม่ได้บอกอะไร แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก”
“บาดเจ็บแค่ไหน”
“คุณจำไม่ได้จริง ๆ หรือ เมาขนาดไหนกันครับเนี่ย”
วิลสันลากมือผ่านหน้าตัวเองและนั่งลงบนบันไดอีกครา
เชสพิงตัวกับกำแพงอิฐ “ก็มีการฉีกขาด เสียเลือดนิดหน่อย ที่เหลือก็...เนื้อเยื่อถลอกผิวเผินและมีรอยช้ำ ผมไม่รู้ว่าเขารออยู่นานแค่ไหนก่อนที่จะโทรหาผม เขา...อยู่ในภาวะช็อคตอนที่ผมไปถึงที่นั่น ผมคิดว่าเขาเพียงแค่...”
วิลสันเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เมื่อเชสไม่อาจจบประโยคของตนได้
“แค่อะไร”
“กลัว” เชสพูดจนจบ “ผมคิดว่าเขาเพียงแค่กลัว ผมไม่เคยเห็นเขา...”
วิลสันพยักหน้า เขารู้สึกเกือบเหมือนจะเป็นไข้ระหว่างที่เขาปริปากพูด เขารู้ว่าถ้าเขาลังเลเขาจะเสียประสาทก่อนจะกล้าพูดออกมา
“ทำสิ...DNA นั่นน่ะ...ทำซะ”
เชสส่ายหน้า เหมือนกับหวังให้มันง่ายอย่างที่พูด
“ผมทำไม่ได้หรอก”
“คุณเพิ่งบอกว่า...”
“ผมอยากทำจะตาย แต่เขาไม่อยากให้ผมทำ ผมพยายามกล่อมให้เขายอมเป็นสิบรอบแล้ว เขาไม่อยากให้คุณเสียงานของคุณไป”
“แต่...ไม่เป็นไรถ้าเขาจะเสียงานของเขาหรือ”
เชสยิ้มอย่างโหยหา “นั่น...เหมือนกับที่ผมถามเลยล่ะครับ ผมไม่คิดว่า...ผมคิดว่าเขามองตนเองว่าไม่ได้เกี่ยวเนื่องในประเด็นนี้...หรืออาจจะทุก ๆ เรื่อง เขามักจะทำมาตลอดในระดับหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น...ตอนนี้...เขาบอกอีกว่ามันไม่มีประโยชน์ ในเมื่อคนอื่นคงคิดว่าเขาสมควรเจออย่างนี้แล้ว”
วิลสันหายใจเข้าเฮือก เขาไม่แน่ใจว่าอย่างไหนชวนให้รู้สึกวิตกมากกว่ากัน การที่เฮาส์รู้สึกเช่นนั้นหรือการที่เขายอมรับเรื่องนั้นกับเชส
“ผม...บางที...บางทีคุณอาจจะ...กล่อมให้เขาเข้าบำบัดกับจิตแพทย์ได้”
“เขามีจิตแพทย์อยู่แล้ว ผมหมายความว่า คนที่ได้รับสิทธิ์ดูแลเขา เขามาที่อพาตเมนต์สองสามครั้งด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ไม่เชิงได้คุยกันหรอก ผมไม่คิดว่าเขาสนใจ...เรื่องนั้น”
“ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไง บอกผมทีสิว่าให้ทำยังไง”
“ผมทำไม่ได้หรอก”
“ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร”
เชสหยิบถุงของชำขึ้นและดึงกุญแจออกมา
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
_____
Musical Selections:
Gibbard, Ben. "The Marching Bands of Manhattan." Plans. Atlantic. 2005.
Flowers, Brandon. "All These Things That I’ve Done." Hot Fuss. Lizard King. 2004.
Martin, Chris & Coldplay. "Viva La Vida." Death and All His Friends. Capitol Records. 2008.

